จากปากอ่าวสู่วัดหลวงพ่อโสธร

ถ้าเราพูดถึงแม่น้ำที่ไม่ไกลจากกรุงเทพที่เราสามารถจะนำเรือส่วนตัวไปท่องเที่ยวได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม่น้ำบางปะกงคงจะเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่หลายคนพูดถึง แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่จัดได้ว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร โดยเริ่มจากจุดที่แม่น้ำนครนายก และ แม่น้ำปราจีนบุรี ไหลมาบรรจบกัน ที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะไหลสู่อ่าวไทยที่บริเวณ ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำบางปะกงในอดีตนั้นมีหลาย ๆ คนเปรียบแม่น้ำสายนี้ว่าเป็นแม่น้ำมังกร เพราะด้วยความที่แม่น้ำสายนี้มีความคดเคี้ยวเหมือนลำตัวของมังกรในนวนิยายของชาวจีนในสมัยโบราณ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นพื้นที่มงคลเหมาะที่จะตั้งบ้านเรือน และ ทำการค้า จึงทำให้เกิดชุมชนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดั่งที่เราจะเห็นได้จากชุมชนโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี เช่นตลาดบ้านใหม่ และ ตลาดคลองสวนเป็นต้น

แม่น้ำบางปะกงจัดได้ว่าเป็นแม่น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติมากที่สุดสายหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดูได้จากป่าชายเลนสองฝั่งลำน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สังเกตุได้จากทั้งสัตว์บก และ สัตว์น้ำ ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายนี้ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ยังมีอยู่มากมาย หรือ แม้กระทั่งสัตว์ป่าสงวนอย่างค้างคาวแม่ไก่ ก็ยังเหลือให้ชมอีกมากมาย แถมในยามค่ำคืนก็จะมีหิ่งห้อยตัวน้อยส่งแสงระยิบระยับให้เราได้ชื่นชมกันอีกด้วย

จากปากอ่าวสู่วัดหลวงพ่อโสธร | Thai Boat Club

นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำแล้ว แม่น้ำบางปะกงยังจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมโบราณอีกมากมายสังเกตุได้จากวัดวาอารามที่มีอยู่เกือบจะตลอดสองฝากฝั่งของลำน้ำ ถ้าเราพูดถึงวัดริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงวัดแรกที่ทุกคนจะนึกถึงก็ คือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อโสธร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ในการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่ผู้คนจะเดินทางมาทางรถยนต์ หรือ รถไฟ แต่ในวันนี้เราจะนำทุก ๆ ท่านเดินทางมาที่วัดแห่งนี้โดยทางน้ำกันบ้าง เราเริ่มต้นการเดินทาง โดยเราเอาเรือมาลงกันที่ บ้านริมน้ำ  หรือ ที่คนในวงการเรือมักจะเรียกกันจนติดปากว่า บึงเจ็ทสกี เพราะบริเวณด้านหน้าทางเข้าเป็นบึงสำหรับให้คนมาเล่นเจ็ทสกีกัน การนำเรือมาลงที่นี่ถือว่าสะดวกสบายมากเพราะมีที่จอดรถ และ จอดเทรลเลอร์ (รถพ่วงสำหรับลากเรือ) กว้างขวาง และ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเวลาที่เราขับเรือไปเที่ยว ส่วนค่าบริการทางบ้านริมน้ำ เค้าคิดค่าเอาเรือขึ้นลงครั้งละ 300 บาท

จากปากอ่าวสู่วัดหลวงพ่อโสธร | Thai Boat Club

หลังจากที่เราเอาเรือลงน้ำกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็วิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อจะมุ่งหน้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเราจะผ่านโรงไฟฟ้าบางปะกง ในช่วงหน้าโรงฟ้าฟ้าบางปะกงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือมากขึ้นกว่าปกตินิดหน่อย เพราะว่าทางโรงฟ้าฟ้าจะมีการปล่อยน้ำออกมาซึ่งทำให้บริเวณนี้มีคลื่นอยู่บ้าง แต่พอเราพ้นจากบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าบางปะกง เราก็จะเริ่มเห็นป่าชายเลนเขียวชอุ่มทั้งสองฝากฝั่งแม่น้ำ ยิ่งในช่วงนี้สีของน้ำในแม่น้ำบางปะกงจะเป็นสีเขียวอ่อนๆ เนื่องจากน้ำทะเลที่หนุนขึ้นสูงยิ่งทำให้แม่น้ำบางปะกงในวันนี้ดูสวยงามกว่าที่เราเคยเห็นในทุกๆวัน ตลอดการเดินทางเราจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมสองฝั่งน้ำ มีทั้งการทำประมงแบบพื้นบ้าน การเลี้ยงปลากระชัง และ ชุมชนริมน้ำซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ข้างวัดซึ่งมีวัดตั้งอยู่เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำมากมาย พอเราเข้าใกล้ตัวเมืองมากขึ้นเราก็จะเริ่มมองเห็นบ้านที่มีหน้าตาเปลี่ยนไปจากบ้านชาวบ้านเป็นบ้านหลังใหญ่ รวมถึง ร้านอาหาร และ โรงแรมรีสอร์ทที่เกิดขึ้นแล้ว และ รวมถึงที่กำลังก่อสร้างอีกจำนวนมาก พอเราลอดสะพานสุดท้ายเราก็จะมองเห็นวัดโสธรวรารามวรวิหารเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้า มุมมองของวัดหลวงโสธรวรารามวรวิหารจากทางน้ำนั้นดูงดงามมาก ๆ ไม่ว่าจะมองจากทิศทางใด และ เชื่อว่าจะเป็นภาพแห่งความประทับใจที่จะติดตรึงอยู่ในใจของผู้ที่ได้ชมไปอีกนานแสนนาน

จากปากอ่าวสู่วัดหลวงพ่อโสธร | Thai Boat Club

ถ้าใครมีเวลาว่างในวันหยุดสัปดาห์แค่วันเดียว และ อยากจะหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ทางสายน้ำ เส้นทางนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยระยะทางไปกลับที่ 93.3 กิโลเมตร และ ใช้เวลาในการเดินทางไปกลับเพียง 2 ชั่วโมง 26 นาที  เราก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ที่งดงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำ รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *