รักษ์บางปะกง

รักษ์บางปะกง

มีคนหลายๆคนมักจะเข้าใจผิดว่าคนที่เล่นเรือนั้นเป็นพวกทำลายธรรมชาติเป็นพวกไม่มีจิตอนุรักษ์ ผมเองในฐานะที่เป็นคนที่เล่นเรือมานานพอสมควร ต้องขอพูดตรงนี้เลยว่าเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องจริงเลย เพราะว่าคนที่เล่นเรือนั้น ผมกล้าพูดได้เลยว่าทุกคนเป็นคนที่รักสายน้ำมากๆเพราะถ้าไม่มีแหล่งน้ำเรือก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และ พวกเราก็คงจะไม่มีโอกาสที่จะได้ขับเรือท่องเที่ยวชื่นชมกับธรรมชาติได้เลย พวกเราทุกคนอยากจะเห็นทุกแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ห้วย คลอง หนอง บึง แม่น้ำ หรือ ทะเล สะอาดสวยงาม และ อุดมสมบูรณ์ ความสุขของคนเล่นเรืออย่างตัวผมเอง คือ การที่ได้ขับเรือชื่นชมกับธรรมชาติ สองฝั่งน้ำ ศึกษาวิถีชีวิตริมน้ำ ซึ่งเป็นวิถีไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนคนที่ชื่นชม และ ชื่นชอบกับการตกปลา ถ้าไม่มีแหล่งน้ำที่ดี ไม่มีปลา ไม่มีกุ้งในน้ำ ความสุขของพวกเค้าก็หายไปเช่นกัน ดังนั้นผมกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า คนที่เล่นเรือ และ คนที่ตกปลา พวกเราทุกคนรักสายน้ำ และ อยากจะที่เห็นสายน้ำสะอาด และ อุดมสมบูรณ์

IMG_3819

ผมเคยได้ยินบางคนพูดว่าเรือของพวกเราเป็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์ อาจจะทำให้มีคราบน้ำมันไหลลงน้ำทำให้น้ำสกปรก ผมพูดได้เลยว่าเครื่องยนต์ของเรือแต่ล่ะลำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะ หรือ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ นั้นมีราคาที่สูงมากๆ ไม่มีคนเล่นเรือคนใหนที่จะยอมปล่อยปะละเลยให้เครื่องยนต์ของตัวเองนั้นมีปัญหา ส่วนใหญ่จะดูแลรักษากันอย่างดี คราบน้ำมันยังแทบจะไม่มีเลย ส่วนน้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันออโต้ลูปที่ใช้กันนั้นก็จะเป็นน้ำมันเครื่องที่ทำมาสำหรับใช้กับเรือ และ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงไม่ได้ทำให้น้ำสกปรกเน่าเสียอย่างที่หลายๆคนคิด แต่ผมก็ยอมรับว่าเครื่องจักรทุกประเภทนั้นมีการเสื่อมสภาพ และ อาจจะเสียหายได้ และก็อาจจะทำให้มีน้ำมันไหลลงลำน้ำบ้างไม่มากก็น้อย แต่นั่นก็คงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำเน่าเสีย สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้น้ำเน่าเสียนั้นจริงๆแล้วเกิดจากความมักง่ายของมนุษย์ ที่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลงคลอง และ โรงงานอุตสาหกรรมที่เห็นแก่ตัว แอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ นั่นแหระครับตัวการที่แท้จริงที่ทำให้น้ำเน่าเสีย

IMG_2195

สมัยที่ผมหัดเล่นเรือใหม่ๆนั้น เวลาที่ขับเรือไปเที่ยวแถวปทุมธานี บางไทร อยุธยา เวลาที่ตักน้ำขึ้นมาบนเรือเอาไว้ล้างมือ ล้างหน้า พวกเราสามารถที่จะทำได้โดยที่ไม่ตะขิดตะขวงใจเลย เพราะน้ำนั้นใส และ สะอาดมากๆ แต่ทุกวันนี้เราไม่สามารถที่จะแบบนั้นกันได้อีกแล้ว ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่อยู่ใกล้ชุมชน นอกจากขยะที่ลอยเต็มผิวน้ำแล้วบางที่ยังส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย ทุกวันนี้ผมพยายามที่จะรณณรงค์ ให้คนที่เล่นเรือทุกคนพกถุงขยะติดเรือกันเอาไว้เสมอ เพราะเวลาที่เราอยู่ในน้ำ ถึงแม้ว่าเราจะได้ตั้งใจที่จะทิ้งขยะลงแม่น้ำ ลำคลอง แต่เวลาที่ขับเรือ ขยะนั้นอาจจะปลิวลงน้ำได้ ผมจึงมักจะบอกทุกคนอยู่เสมอๆให้พกถุงขยะไว้ในเรือขยะที่พื้นเรือของเราจะได้ไม่ปลิวตกลงไปในน้ำ ส่วนตัวผมเองนอกจากพกถุงขยะลงเรือไปด้วยทุกครั้งแล้ว บางครั้งก็ยังมีนัดแนะกับเพื่อนๆ ขับเรือช่วยกันเก็บขยะ ไม่ว่าจะเป็นในแม่น้ำ หรือ ว่าทะเล เพราะพวกเราอยากจะเห็นน้ำใสๆ และ สะอาด เหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง

IMG_2194

พูดถึงความสะอาดของสายน้ำแล้วผมอยากจะบอกว่านี่เป็นหนึ่งสาเหตุที่ผมชอบที่จะเอาเรือลงเล่นที่แม่น้ำบางปะกง เพราะว่าผมหลงรักแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่ยังมีความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์มากๆ และ กุ้ง หอย ปู ปลา ก็ยังอุดมสมบูรณ์ และ น้ำในแม่น้ำก็ยังสะอาด ยิ่งเวลาน้ำขึ้น หรือ ช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงๆ น้ำในแม่น้ำจะใสเหมือนกับน้ำในทะเลเลย อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่าแม่น้ำบางปะกงนั้นยังมีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์มากๆ ถ้าใครเคยมีโอกาสได้ขับเรือ หรือ นั่งเรือเที่ยวจากปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงขึ้นไปถึงวัดหลวงพ่อโสธร หรือ แม้กระทั่งถึง บางคล้า หรือ อาจจะเลยไปถึงจังหวัดปราจีนบุรี  จะรู้ว่าทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำบางปะกงนั้น

IMG_3934

จะมีป่าโกงกางอยู่เต็มทั้ง 2 ฝั่ง บางช่วงก็จะมีนกน้ำบินมาเกาะอยู่ตามกิ่งโกงกางเป็นฝูงๆ ถ้าวิ่งเรือขึ้นไปแถวๆวัดแสนภูดาษฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับวัด จะเห็นมีฝูงค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่เป็นหมื่นๆตัว ในบางฤดูก็จะมีนกเป็ดน้ำที่บินหนีหนาวจากที่อื่นมาอาศัยอยู่จำนวนมากเช่นกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบกับการตกกุ้ง ตกปลา แม่น้ำบางปะกงนั้นจัดได้ว่าเป็นแม่น้ำที่มีกุ้ง และ ปลาชุมมากๆ และ ปลา และ กุ้งในแม่น้ำบางปะกงนั้นส่วนใหญ่จะตัวอ้วน และ เนื้อแน่น เพราะว่าในน้ำนั้นทั้งสะอาด และ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ทำให้กุ้ง และ ปลาของแม่น้ำบางปะกงมีรสชาติอร่อยกว่าปลาที่อื่นมากๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม่น้ำบางปะกงนั้นเป็นแม่น้ำที่ยังมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์มากๆ ตัวผมเองมีโอกาสได้เอาเรือลงวิ่งท่องเที่ยว ทั้ง 4 แม่น้ำที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และ แม่น้ำบางปะกง แต่ด้วยความที่แม่น้ำบางปะกงนั้นเป็นแม่น้ำที่ถูกมนุษย์เข้าไปรบกวนน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรทางน้ำ หรือ แหล่งชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ แม่น้ำบางปะกงถึงยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์มากกว่าแม่น้ำสายอื่นๆดั่งที่กล่าวมา

IMG_4650

แต่จากนี้ไปแม่น้ำบางปะกงก็คงจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสได้ดูข่าวเกี่ยวกับการสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ ที่อำเภอบ้านโพธิ์ หลังจากได้ดูข่าวแล้วต้องบอกว่าผมรู้สึกสะเทือนใจ และ เสียใจมากๆ ที่แม่น้ำที่สงบเงียบ และ อุดมสมบูรณ์สายนี้กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์ ไม่ต่างจากแม่น้ำสายอื่นๆ เมื่อมีโครงการท่าเรือขนาดใหญ่เกิดขึ้น สภาพแวดล้อมต่างๆก็เปลี่ยนไป จากป่าโกงกางก็จะกลายเป็นตึก จากดินเลนริมตลิ่งก็จะกลายเป็นคอนกรีต สายน้ำที่เคยเงียบสงบก็คงจะมีเรือสินค้าขนาดใหญ่วิ่งกันขวักไขว่ ระบบนิเวศน์ที่เคยสมบูรณ์ก็คงจะถูกทำลายจนไม่เหลืออะไร วิถีชีวิตของชาวบ้าน จากที่เคยทำประมงหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการวางข่าย วางอวน วางโพงพางกลางแม่น้ำ ก็คงจะไม่สามารถทำกันได้อีกแล้ว เพราะมีเรือใหญ่วิ่งไปมาตลอดเวลา แค่คิดก็รู้สึกเศร้าใจมากๆแล้วครับ สถานที่ๆเค้าจะก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่แห่งนี้นั้น อยู่ห่างจากปากแม่น้ำถึง 37 กิโลเมตรเลยทีเดียว นั่นแปลว่าจากนี้ไป วิถีธรรมชาติ และ ระบบนิเวศน์ ของทั้ง 2 ฝั่งน้ำที่รวมกันแล้วเป็นระยะทางอย่างน้อย 74 กิโลเมตร ก็จะถูกรบกวนด้วยคลื่นของเรือสินค้าขนาดใหญ่ และ ก็คงจะถูกทำลายไปในที่สุด และ เมื่อมีเรือขนาดใหญ่มาจอดทอดสมอกันอยู่มากมาย สิ่งที่จะตามมาก็คือขยะจากน้ำมือมนุษย์ และ ในไม่ช้าน้ำแถวนั้นก็คงจะเริ่มเน่าเสีย กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เคยอาศัยอยู่ในสายน้ำสายนี้ก็คงจะเริ่มลดน้อยหายไปเรื่อยๆ กระชังปลากระพงที่มีอยู่มากมายก็คงจะได้รับผลกระทบไม่น้อยจากโครงการยักษ์โครงการนี้ ฝูงค้างคาวแม่ไก่ รวมถึงนกเป็นน้ำจำนวนมากที่เคยอาศัยอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เค้าจะสร้างท่าเรือก็คงจะค่อยๆบินหนีไปหาแหล่งที่อยู่ใหม่ เพราะแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของพวกเค้าได้ถูกทำลายลงไปจนหมด บ้านที่เคยสงบปราศจากการรบกวนของมนุษย์จากนี้ไปก็จะถูกรบกวนด้วยเสียงของเครื่องจักร และเสียงแตรของเรือสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งชุมชนริมน้ำที่อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำสายนี้ที่อยู่กันมามากกว่า 100 ปี อย่างตลาดบ้านใหม่ ก็คงจะค่อย ๆ เสื่อมตามไปกับ ความเจริญที่มนุษย์พยายามที่จะยัดเยียดให้กับชุมชน และ เมื่อความเจริญเข้ามาแทนที่ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติก็จะเริ่มหายไป จนในที่สุดชุมชนก็จะค่อยๆล่มสลาย และ หายไปแบบไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว ผมเคยได้นั่งคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ท่านได้เล่าให้ฟังว่าในสมัยก่อนนั้นในช่วงที่น้ำเค็มหนุนขึ้นมาสูง ๆ เคยมีคนนั่งตกปลาแล้วได้ ปลาเก๋า แม้กระทั่งปลาฉลาม ใกล้ ๆ กับ ตัวจังหวัดฉะเชิงเทรา หรืออีกชื่อหนึ่งของจังหวัดก็ คือ แปดริ้ว ซึ่งคำว่า แปดริ้วนั้น ได้มาจากการที่ในสมัยก่อนชาวบ้านแถวนั้นเวลาออกไปจับปลาก็จะได้ปลาตัวใหญ่มาก ๆ เวลาที่เอามีดแล่ตัวปลาเพื่อจะนำไปประกอบอาหาร หรือ จะขาย สามารถที่จะแล่ได้ถึงแปดริ้ว จนเป็นที่เลื่องลือ และ กล่าวขานจนเป็นที่มาของชื่อเมือง นั่นแสดงให้เห็นว่าแม่น้ำบางปะกงนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มากมายเพียงใด

สุดท้ายนี้ผมอยากจะกราบขอร้องภาครัฐ กระทรวง ทบวง กรม และ  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดเข้ามาช่วยดูแล และ รักษาแม่น้ำบางปะกงด้วยเถอะครับ อย่าให้แม่น้ำที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูง และ อุดมสมบูรณ์มากที่สุดสายนี้ต้องโดนทำลายไปด้วยอำนาจของเงินตราเลยครับ

Comments

About the author:

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.