วันสบายๆบนสายน้ำบางปะกง

หลังจากที่เอาเรือลงน้ำครั้งที่แล้ว แล้วพบปัญหาในเรือหลายอย่าง ทั้งชุดพวงมาลัยที่เฟืองมีปัญหา ระบบไฟที่สวิทช์เริ่มเสื่อมโทรมตามกาลเวลา หลอดไฟ และ สายไฟทั้งหลายที่เริ่มทำลายตัวเอง เลยถือโอกาส upgrade อุปกรณ์ต่างๆในเรือ รวมทั้งเทรลเลอร์ด้วยเลย

กว่าจะใช้เวลาในการสั่งอะไหล่มาจากเมืองนอก ก็ใช้เวลาไปพอสมควร กว่าอะไหล่จะมา พออะไหล่มาก็ไม่มีเวลาทำ กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์พร้อมลงน้ำอีกครั้ง ก็ไม่มีเวลาที่จะเอาเรือลงอีก ผ่านไป 7 เดือน กว่าถึงได้ฤกษ์งามยามดีเอาเรือลงน้ำซะที สถานที่เอาลงก็ยังเป็นที่โปรดของผมคือ บ้านริมน้ำ หรือ ที่หลายๆคนมักจะเีรียกกันจนติดปากว่า บึงเจ็ท ผมชอบที่นี่ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ค่าเอาเรือขึ้นลงเค้าจะเพิ่มเป็น 500 บาทแล้วก็ตาม ซึ่งทำให้ลูกค้าเค้าหายไปเยอะพอสมควร แต่สำหรับผม ผมว่าคุ้มเพราะว่ามีคนดูแลรถ และ เทรลเลอร์ของเราตลอดเวลา ทำให้เราไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเวลาที่ขับเรือออกไปทั้งวัน และ คนที่ดูแลแรมป์ที่นี่ก็นิสัยดีมากๆ

พอเอาเรือลงน้ำได้ก็ขอแปลงร่างเป็นเด็กแว๊นซ์ซะหน่อย ไม่ได้แว๊นซ์มาซะหลายเดือน ระบบพวงมาลัยจากที่เป็นระบบฟันเฟือง จะเลี้ยวทีต้องโยกทั้งตัว เปลี่ยนเป็นไฮดรอลิก นั่งขับหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวได้สบายๆ (น่าจะเปลี่ยนซะตั้งนานแระ) หลังจากทดสอบระบบพวงมาลัยเีรียบร้อย ก็ตรวจเช็คแผงสวิทช์ไฟ และ อุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่ อุปกรณ์ทุกอย่างทำงานได้สมบูรณ์ หลังจากทดสอบได้ไม่นานก็ได้รับโทรศํพท์จากพี่ชายบอกว่าอยู่ใกล้ที่ท่า อยากจะออกไปตกปลา ก็เลยขับเรือกลับไปรับที่ท่า พอดีเจอคนดูแลแรมป์ก็เลยถามว่า สภาพน้ำช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง เค้าบอกว่าช่วงนี้น้ำเพิ่งเริ่มกร่อย และ ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาน้ำจืดลงมาเยอะ กระชังปลาแถวปากอ่าวต้องเลิกกิจการไปกันเกือบหมดเพราะปลาตายเกือบหมด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยขับเรือออกไปปากอ่าวซะเลย พอไปถึงปากอ่าวถึงกับอึ้ง กระชังปลากระพงที่เคยเรียงรายออกไปจนถึงปากอ่าว ตอนนี้กลายเป็นกระชังร้าง เหลือแต่ก่ำไว้ให้ดูต่างหน้าว่าที่ตรงนี้เคยเป็นกระชังปลามาก่อน เห็นแล้วเศร้าใจจริงๆ หลังจากขับเรือวนอยู่สักพักมองเห็นมีเพิงเก่าๆที่เค้าทำไว้ให้คนดูแลกระชังนั่งพักมีร่มเงาอยู่นิดๆ เลยกะว่าจะผูกเรือตรงนี้ถ่ายรูปซะหน่อย ระหว่างที่เอาเรือเข้าจอด ลองเอาเบ็ดหย่อนทิ้งไว้ข้างๆเรือ ปรากฎว่าทิ้งเบ็ดลงไปปุ๊ปมีปลามาคว้าเหยื่อปั๊ปรีบวางกล้องโดยทันใดพอเห็นตัวว่าเป็นปลาอะไร สมาชิกที่อยู่บนเรือทุกคนรีบหย่อนเบ็ดลงข้างเรือทันที ผลปรากฎว่า ปลากระพงล้วนๆ ไซด์กำลังงาม สงสัยเจ้าปลาพวกนี้จะเบื่อน้ำกร่อย อยากตามไปว่่ายในน้ำมะนาว หรือ ไม่ก็น้ำมัน จาก หนึ่ง เป็น สอง เป็น สาม เป็น สี่ เป็น ห้า และ ในทีุ่สุด 24 ตัว ภายในเวลาไม่นาน

หลังจากที่คาถาเรียกปลาเริ่มจะเสื่อม ผมในฐานะไต๋เรือประมงในวันนี้เลยบอกว่ากลับเข้าฝั่งเถอะ เพราะอยากจะขับเรือเล่นด้วย เลยพาพี่ชายกลับเข้าไปที่ท่าส่วนตัวผมเอง ขอออกไปแว๊นซ์อีกสักรอบ แต่รอบนี้ขอแบบยาวๆหน่อย เลยขับเรือขึ้นไปจนเลยสะพานมอเตอร์เวย์ขึ้นไปทางบ้านโพธิ์สภาพน้ำในแม่น้ำวันนี้ต้องบอกว่าดีมากๆสำหรับการขับเรือ น้ำใสมากๆ และ กระแสน้ำก็ไม่แรงไหลเอื่อยๆทั้งวัน เป็นอีกวันทีต้องบอกว่าเป็นวันที่ Perfect มากๆสำหรับการเล่นเรือ ฟ้าสวย น้ำใส แถมปลาเยอะอีกต่างหาก

วันนี้ กัปตันพัศ ไปร่วมเป็นสักขีพยานในการทดสอบระบบของเรือด้วยครับ หลังจากที่กัปตันพัศขอมาตั้งแต่คุณพิชณีย์ยังต่อไม่เสร็จมาถึงวันนี้ 4 ปีเต็มๆถึงจะได้มานั่งคุณพิชณีย์ซะที กัปตันพัศ คนนี้ คือ อดีตเจ้าของเรือ Yellow Tail และ หมอตำแยทำคลอด เวปไทยโบ๊ทคลับ ของเรานี่เองครับ นานๆได้ลงเรือซะทีดูจากอาการแล้วน่าจะคันไม้คันมืออยู่ไม่น้อยขากลับเลยให้มาทำหน้าที่เป็นกัปตันแทนซะเลย

ส่วนตัวผมเอง หลังจากกัปปิตันพัศรับหน้าที่กัปตันแทน เลยขอทำหน้าที่เป็นช่างภาพบ้าง อยากเห็นมุมต่างๆของเรือตัวเองเวลาวิ่งมานานแล้ว ไม่มีโอกาสได้ดูสักที ก่อนอื่นขอดูใต้ท้องเรือเลยว่าเวลาวิ่งอยู่ในน้ำเป็นยังไงบ้าง

นี่ขนาดวิ่งด้วยความเร็วแค่ 35 น๊อต ท้องเรือแถบจะไม่แตะน้ำเลย ^^

สภาพน้ำในแม่น้ำต้องบอกว่าสุดๆจริงๆของการขับเรือคลื่นที่มีก็เป็นแค่คลื่นลมเบาๆที่ผิวน้ำ เวลาที่เรือแล่นผ่านแถบจะไม่รู้สึก อากาศก็ไม่ร้อนจนเกินไป ต้องขอบอกว่า ทริปทดลองเรือทริปนี้เหมือนสวรรค์เป็นใจจริงๆ ^^

 

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *