วิธีการต่อเรือไฟเบอร์กลาสขั้นพื้นฐาน (3)

วิธีการต่อเรือไฟเบอร์กลาสขั้นพื้นฐาน (3) | Thai Boat Club

บทที่ 3

3.1 วัสดุที่ใช้ต่อเรือ

3.1.1 ไม้แผ่นที่ใช้ต่อเรือ  ส่วนมากจะใช้ไม้ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งและเหนียวได้แก่ ไม้สัก, ไม้ตะเคียนทอง, ไม้หลุมพอ, ไม้เคี่ยม, ไม้มาฮ็อกกานี, ไม้ยมหอม, ไม้โอ๊ค, ไม้อัดกันน้ำ เป็นต้น

ไม้ที่เหมาะที่สุดในการต่อเรือคือ ไม้สัก (TEAK) สมัยเมื่อผู้เขียนเป็นเด็ก สมัยนั้นประเทศไทยมีไม้สักมากมายเหลือเฟือ ไม้สักจึงเป็นไม้ที่ใช้งานการก่อสร้างทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน, สร้างเครื่องใช้ในครัวเรือน และรวมถึงเรือแม้แต่เรือเอี่ยมจุ๊น บรรทุกข้าว ก็ยังใช้ไม้สักต่อ ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติอันโดดเด่นของไม้สักคือ มีน้ำหนักเบา, ปลวกแมลงไม่กัดกิน เพราะไม้สักมียางที่แมลงไม่ชอบและเนื้อไม้สักละเอียดสามารถตัด, เจาะ, ดัด และขึ้นรูปหรือเข้าไม้ได้ง่าย (EXELLENT JOINERY)  อีกทั้งไม้สักมีความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศโดยไม่ต้องการ การปกป้องผิวไม้สักด้วยการทาสีหรือน้ำยารักษาผิวใดๆ  ปัจจุบันไม้สักของเราขนาดที่พอเหมาะในการต่อเรือไม่มีอีกแล้ว ส่วนมากที่ใช้งานทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในเรือเป็นไม้สักที่มีอายุน้อยหรือ นำเข้าจากอินโดนีเซีย เป็นต้น

ไม้ที่ใช้ทำโครงสร้างเรือ เช่น กงเรือ, กระดูกงู, และส่วนที่รับแรงต่างๆ ได้แก่ไม้ตะเคียน, ไม้หลุมพอ, ไม้ยมหอม, ไม้เคี่ยม, ซึ่งเป็นไม้หาได้ในเมืองไทย แต่ก็ไม่เป็นไม้หายากราคาแพงทั้งหมด ส่วนไม้ที่ใช้ทำเรือของเมืองนอกก็มีไม้มาฮ๊อกกานี, ไม้โอ๊ค, ไม้สน เป็นต้น

ไม้อัดกันน้ำ เป็นไม้ที่ใช้ต่อเรือทั่วไปในขณะนี้ ร่วมกับไม้ตะเคียนที่ใช้เป็นโครงสร้างรับความแข็งแรง ส่วนไม้อัดใช้ทำเปลือกเรือภายนอก และผนังกั้นห้องภายในเรือ ส่วนมากภายนอกเราใช้ไฟเบอร์กล๊าสหุ้มไม้อัดเพื่อเพิ่มความทนทาน

3.1.2 โลหะที่ใช้ต่อเรือ 

เหล็ก ใช้ในการต่อเรือที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ต่อการใช้งานหนัก เช่น เรือลากจูง (TUGBOAT) เรือพ่วงบรรทุกสินค้า (BARGES) เรือบรรทุกสินค้า (FREIGHTER)  เรือรบ (NAVY SHIPS)  เรือข้ามฟากขนาดใหญ่ (FERRIES)  เป็นต้น ส่วนดีของเหล็กก็คือ ทนต่อการกระทบกระแทกได้, ราคาถูก, ทำการต่อและซ่อมแซมไม่ยาก, แก้ไขดัดแปลงไม่ยาก ข้อเสียคือ สถานที่ต่อและซ่อมเรือต้องใหญ่ และมีอุปกรณ์ในการยกและเคลื่อนย้ายได้สะดวก, ต้องนำเรือขึ้นมาเคาะสนิม – ทาสี และซ่อมบำรุงเป็นระยะๆ ทำให้มีค่าบำรุงรักษาตลอดเวลาใช้งาน

อลูมิเนียม ใช้ในการต่อเรือที่แข็งแรงทนทาน, มีน้ำหนักเบา เช่น เรือตรวจการณ์ (PATROL BOATS), เรือที่ใช้ในแหล่งน้ำที่มีกระแสน้ำแรงและมีโขดหิน หรือหินโสโครก, เรือที่ใช้ในการแข่งขันความเร็วในทะเลที่มีคลื่นลมแรง เช่น OFFSHORE RACING (ทั้งเรือใบ และเรือติดเครื่องยนต์)

3.1.3 เรือเฟอร์โรคอนกรีต เป็นเรือที่ใช้ปูนกันน้ำซึมพิเศษผสมกับทรายใช้การฉาบลงไปบนเหล็กกรงไก่ ซึ่งขึงบนโครงลวดเหล็กขึ้นรูปทรงของเรือสำเร็จแล้ว การทำงานต้องเป็นการฉาบครั้งเดียวให้จบขบวนการ เพราะหลังจากฉาบตัวเรือเสร็จแล้วจะต้องอบให้แห้งด้วยความร้อนที่ไม่สูงแต่สม่ำเสมอ เป็นเวลานานพอที่เนื้อคอนกรีตจะสุกเต็มที่ซึ่งกินเวลาหลายวัน การอบใช้การครอบตัวเรือด้วยพลาสติกเย็บต่อกันเป็นมุ้งครอบ การทำงานจึงค่อนข้างจะเสี่ยงต่อการอบความร้อนที่ไม่เพียงพอหรือไม่ทั่วถึง ทำให้ความสมบูรณ์แบบในการทำงานอาจจะไม่ครบถ้วนเสมอไป ส่วนมากท้องเรือภายนอกจะถูกหุ้มด้วยไฟเบอร์กล๊าส เพื่อลดความเสี่ยง เรือเฟอร์โรคอนกรีต ส่วนมากใช้ทำเรือใบขนาดใหญ่ และเรือพ่วงบรรทุกสินค้า (BARGES)  ปัจจุบันไม่นิยมใช้ต่อเรืออีกต่อไป

3.1.4 เรือพลาสติก (เทอร์โม) เรือพลาสติกส่วนมากใช้ขบวนการในการผลิตโดยการหล่อเหวี่ยง (CENTRIFUCAL CASTING) สามารถใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิ้ล เช่น PE หรือ PP มาใช้ทำให้ร้อนจนเหลว แล้วใส่ในแม่แบบเหล็กอบด้วยความร้อนซึ่งหมุนอยู่บนเครื่องเหวี่ยง จนขึ้นรูปเรือตามเวลาที่กำหนด จากนั้นก็ปล่อยให้เย็น แล้วจึงแกะออกจากแม่แบบ  บางขบวนการผลิตใช้การฉีดพลาสติกที่อบร้อนจนเหลว เข้าไปในแม่แบบเหล็กด้วยการอัด (INJECTION)  ซึ่งต้องใช้การลงทุนสูงไม่ค่อยจะคุ้มการลงทุน เพราะเรือพลาสติกมีราคาถูกจึงต้องใช้วิธีการที่ลงทุนต่ำเป็นหลัก เรือพลาสติก (เทอร์โม)  เป็นเรือขนาดเล็กใช้ในการเกษตรหรือการประมงน้ำจืด

3.1.5 เรือพลาสติกเสริมแรงด้วยใยแก้ว หรือ FRP (FIBERGLASS REINFORCED PLASTICS)  เป็นเรือที่ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดตั้งแต่ความยาว 7 ฟุต ไปถึงกว่า 100 ฟุตตามที่ได้กล่าว มาตั้งแต่ต้นถึงการใช้งานของเรือเกือบจะทุกชนิดที่ไม่ต้องใช้งานบรรทุกหนัก หรืองานที่ต้องทนทานต่อการกระแทกจากของมีคมเช่นเหล็กหรือหินแหลมคม  การผลิตเรือไฟเบอร์กล๊าส (FRP) ใช้ระบบแม่แบบเปิด (OPEN MOLD) และส่วนใหญ่ใช้วิธีทำด้วยมือ  (HAND LAY UP และ SPRAY UP METHOD)

3.1.6 เรือคอมโพสิท (COMPOSITE BOATS) เป็นเรือที่มีความก้าวหน้ามากกว่าเรือไฟเบอร์กล๊าส (FRP) ทั้งในด้านวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือ และวิธีการผลิตที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบแม่แบบปิด (CLOSED MOLD) ซึ่งใช้แรงกดด้วยสุญญากาศ (VACUUM ASSISTED PRESSUREBAG) หรือระบบ VARTM (VACUUM ASSISTED RESIN TRANSFER MOLDING) ทำให้เรือมีความแข็งแกร่งมากกว่า เรือไฟเบอร์กล๊าส (FRP) เนื่องจากอัตราส่วนของเส้นใยเสริมแรงต่อเรซิ่นมีเปอร์เซ็นต์ของเส้นใยเสริมแรงสูงกว่า (50:50 หรือ มากกว่า)  ซึ่งเรือไฟเบอร์กล๊าส (FRP)  ทำได้เพียง (30:70) เป็นอย่างมาก และน้ำยาเรซิ่น (MATRIX)  ที่ใช้หล่อขึ้นรูปก็มีความหลายหลายในทางกายภาพ (PHYSICAL PROPERTIES) มากกว่าน้ำยาเรซิ่นที่ใช้ทำเรือไฟเบอร์กล๊าส (FRP)

3.2  ข้อเปรียบเทียบของวัสดุ / แรงงาน / วิธีการต่อเรือ

คุณสมบัติของวัสดุและการใช้งาน ไม้    เหล็ก/อลูมิเนียม เอฟอาร์พี/คอมโพสิท
1. ความถ่วงจำเพาะ (น้ำ =1.0)    มาก  1.0 7.8 / 3.2 1.5-1.6 / 1.3-1.4
2. การหด/ขยายตัวเมื่อโดนความร้อน หด ขยาย/ขยาย ไม่/ไม่
3. การหด/ขยายตัวเมื่อแช่น้ำ ขยาย ไม่/ไม่ ไม่/ไม่
4. ทนต่อความกัดกร่อนของน้ำทะเล  ทน ไม่ทน/ทนเฉพาะอย่าง ทน/ทน
5. ทนต่อการกัดกร่อนโดยเพรียง ไม่ทน ทน/ทน ทน/ทน
6. ใช้วัสดุกันจมเสริมเปลือกเรือ ไม่ได้ ไม่ได้/ไม่ได้ ได้/ได้
7. ใช้วัสดุอื่นเสริมความแข็งแรง ได้ ไม่ได้/ไม่ได้ ได้/ได้
8. ใช้สีทาภายนอกเพื่อป้องกันผิวหน้า ต้องใช้ ต้องใช้/ ไม่ต้องใช้เฉพาะอย่าง ไม่ต้องใช้/ไม่ต้องใช้
9. วิธีการสร้าง/ประกอบชิ้นส่วนใช้ สกรู/น๊อต/กาว เชื่อมไฟฟ้า/เชื่อมอาร์กอน หล่อขึ้นรูป/ฉีดขึ้นรูป
10. ใช้ในเวลาในการผลิต นาน เร็ว/เร็ว เร็ว/เร็วมาก
11. ต้องทำการซ่อมบำรุง บ่อย บ่อย/บ่อยเฉพาะอย่าง ไม่ต้อง/ไม่ต้อง
12. ใช้เวลาในการซ่อมถ้าเสียหาย ยาว ปานกลาง/ปานกลาง สั้น/สั้น
13. การขึ้นรูป ต้องมีโครง ต้องมีโครง/ต้องมีโครง ส่วนประกอบขึ้นรูปใน
มากชิ้น/คราวเดียว
14. แบบเรือที่มีส่วนโค้งมาก ยาก ยาก/ยาก ง่าย/ง่าย
15. อายุใช้งาน จำกัด ปานกลาง/ นานเฉพาะอย่าง นาน/นาน
16. ราคาวัสดุ  แพง ถูก/แพง ปานกลาง/แพง
17. ค่าแรงงานต่อเรือ ปานกลาง แพง/แพง ถูก/ปานกลาง
18. การทำให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ยาก ยาก/ง่าย ง่าย/ง่าย

วิธีการต่อเรือไฟเบอร์กลาสขั้นพื้นฐาน (4)

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *