เทคนิคการเอาเรือขึ้นลงคนเดียวใน 5 นาที

จากประสบการณ์การเล่นเรือมาหลายปี เวลาพบหน้ากันก็จะพูดถึงแต่เรื่องเรือ อุปกรณ์เรือ และ ก็ปัญหาต่างๆของเรือว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่มีใครพูดถึงเทรลเลอร์เลยสักคน จริงๆแล้วเทรลเลอร์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับคนเล่นเรือเลยก็ว่าได้เพราะถ้าไม่มีเทรลเลอร์ เราก็คงไม่สามารถที่จะพาเรือไปเที่ยวที่ใหนได้ หรือถ้าเทรลเลอร์มีปัญหาเราก็ไปไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ผมเลยขออนุญาตที่จะพูดถึงเทรลเลอร์สักหน่อย

เทคนิคการเอาเรือขึ้นลงคนเดียวใน 5 นาที | Thai Boat Club

เวลาที่ผมลากเรือไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เห็นเพื่อนๆชาวเรือเอาเรือขึ้นลงแต่ล่ะที ต้องใช้คน 2-4 คน ในการเอาเรือขึ้นลงแต่ล่ะครั้ง บางคนกว่าจะเอาเรือขึ้นลงได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็ครึ่งชั่วโมง ทำให้เวลาที่จะไปเล่นเรือนอกจากที่จะต้องดูระดับน้ำขึ้นน้ำลง กระแสลม กระแสน้ำแล้ว ยังต้องดูว่าเพื่อนจะว่างไปกับเราด้วยรึเปล่า เพราะไม่สามารถที่จะเอาเรือขึ้นลงคนเดียวได้ ดังนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคการเอาเรือขึ้นลงโดยใช้แค่คนๆเดียวภายใน 5 นาที ให้เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ชาวเรือนะครับ

เทคนิคการเอาเรือขึ้นลงคนเดียวใน 5 นาที | Thai Boat Club

สำหรับตัวผมเอง ผมเล่นเรือคนเดียวมานานมากๆ เวลานึกอยากจะไปเล่นเรือที่ใหนก็ลากเรือไปคนเดียวดื้อ ๆ จะเอาเรือขึ้น จะเอาเรือลงก็ทำเองคนเดียวตลอด มีเพื่อนๆชาวเรือหลายๆคนเคยเห็นผมลากเรือไปคนเดียว พอผมจะเอาเรือขึ้น ลง ก็มักจะเข้ามาช่วย หรือไม่ก็จะมาถามว่าต้องการความช่วยเหลือรึเปล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักมากๆสำหรับสังคมชาวเรือ เคยมีอยู่ครั้งนึงเมื่อสองสามปีที่แล้ว ผมเห็นเรือลำข้างหน้าผม มีคนอยู่ 4 คนพยายามที่จะเอาเรือขึ้น เกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่สามารถที่จะเอาเรือขึ้นได้ ด้วยความที่ผมมีธุระด่วนจะต้องไปธุระต่อ เลยขออนุญาตเค้าว่าผมขอเอาเรือขึ้นก่อนได้มั้ยครับ ทั้ง 4 คนก็หันมามองหน้าผม แล้วก็ถามผมว่าแล้วคุณมากี่คน ผมเลยบอกว่ามีผมคนเดียว เค้าก็เลยว่าสวนกลับมาว่า พวกผม 4 คนยังเอาขึ้นไม่ได้เลย แล้วคุณจะเอาขึ้นยังไง ผมเลยบอกว่าไม่เป็นไรครับ ผมน่าจะพอเอาขึ้นได้ ผมต้องรีบไปเพราะผมมีธุระด่วนจริงๆ พวกเค้าเลยยอมให้ผมเอาเรือขึ้นก่อน ปรากฎว่าผมเอาเรือขึ้นเทรลเลอร์เสร็จภายในไม่ถึง 5 นาที เลยทำให้เพื่อนๆกลุ่มนั้นตกใจ และ ถามผมถึงเทคนิค จริงๆแล้วเทคนิคการเอาเรือขึ้นลงคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยครับ หลายๆคนกลัวกับการเอาเรือขึ้นลง หรือ การลากเทรลเลอร์ก็เพราะจากคำบอกเล่าของคนนั้นคนนี้ว่ามันยากนะ ต้องระวังนะ ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้เลยยิ่งทำให้ระแวง เลยทำให้สิ่งง่าย ๆ ดูกลายเป็นของยากไปเลย

การเอาเรือลงน้ำนั้นต้องบอกว่าง่ายกว่าการเอาเรือขึ้นมากๆ ครับ การเอาเรือลงน้ำด้วยคนๆเดียวนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีครับ วิธีที่ 1 ก็คือ เอาเรือลงน้ำแล้วผูกเรือไว้ก่อน หรือ อีกวิธีคือการเอาเรือลงน้ำแล้วขับไปจอด แต่ทั้ง 2 วิธีก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่เลยครับ ก่อนที่เราจะเอาเรือลงน้ำทุกครั้ง สิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้เลยก็ คือ การตรวจสภาพของเรือ และ เครื่องยนต์ ว่าพร้อมที่จะใช้งานรึเปล่า หลังจากที่ตรวจทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเช็คก็คือ รูน้ำท้ายเรือ ผมเคยเห็นเรืออลูมิเนียม ถอยลงไปจอดในน้ำแล้วลืมอุดรูน้ำท้ายเรือ ในเวลาไม่ถึง 5 นาที หันไปดูที่เรือปรากฎว่าท้ายเรือเริ่มจะจมน้ำ เลยรีบไปช่วยลากเรือขึ้นมาบนแรมป์  ดีที่ว่าเรือยังอยู่ที่ปลายแรมป์เลยยังพอที่จะแก้สถานะการณ์ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนเล่นเรือ คือ เชือกหัวเรือครับ เพราะถ้าขาดเชือกหัวเรือก็ไม่รู้ว่าจะผูกเรือยังไง ดังนั้นเชือกหัวเรือเป็นอีกสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยครับ

เทคนิคการเอาเรือขึ้นลงคนเดียวใน 5 นาที | Thai Boat Club

หลังจากที่เราตรวจเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเอาเรือลงกันแล้วล่ะครับเริ่มจากการถอยเทรลเลอร์ลงแรมป์ ถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยกับการถอยเทรลเลอร์ลงแรมป์ก็พอที่จะกะได้ว่าเราควรที่จะต้องถอยเทรลเลอร์ลงไปลึกแค่ใหน แต่สำหรับมือใหม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พึงระวังอีกเรื่องเลยครับ ผมเคยเห็นมือใหม่บางคนถอยรถลงไปจนรถแถบจะลงน้ำไปด้วยก็มี ดังนั้นเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรที่จะมองข้ามครับ จุดสังเกตง่ายๆสำหรับมือใหม่ว่าเราควรจะถอยเทรลเลอร์ลงไปแค่ใหนก็คือ ให้ดูที่ด้านท้ายเรือว่าหางของเครื่องถึงน้ำรึยัง และ อยู่ในระยะที่เราพอที่จะสตาร์ทเครื่องได้รึเปล่า ถ้าอยู่ในระดับที่เราคิดว่าเราสามารถที่ยกหางเครื่องได้สักเล็กน้อยให้พอสตาร์ทเครื่องได้ แค่นั้นก็พอแล้วครับ หรือ จุดสังเกตง่ายๆอีกจุดก็คือ ล้อของเทรลเลอร์แตะน้ำพอดี หรือ อาจจะลงน้ำไปสักเล็กน้อย เพราะท้ายเรือของเราจะยื่นจากล้อขอเทรลเลอร์ไปด้านหลังอีกพอสมควร ดังนั้นระยะที่ล้อของเทรลเลอร์แตะน้ำ หรือ ลงไปในน้ำเล็กน้อยนั้น หางเครื่องจะจุ่มอยู่ในน้ำในระดับที่เราพอที่จะสตาร์ทเครื่องได้พอดีครับ แต่ถ้าจะเอาเรือลงแบบผูกเรือไว้ก่อนนั้นอาจจะต้องถอยให้ลึกไปกว่านั้นอีกเล็กน้อยครับ ให้พอที่ท้องเรือด้านท้ายแตะน้ำ เพราะเมื่อเรือแตะน้ำเรือจะลอยขึ้นทำให้เราสามารถที่จะปลดสายวิ้นซ์แล้วดันเรือออกจากเทรลเลอร์ได้ด้วยคนๆเดียวสบายๆเลยครับหลังจากนั้นก็ให้ผูกเชือกเรือกับเสา หรือ อะไรที่มั่นคงเพื่อไม่ให้เรือหนีไปใหน แล้วเราก็ลากเทรลเลอร์ขึ้นไปจอดแค่นี้ก็พร้อมไปเที่ยวกันแล้วครับ

แต่ถ้าเป็นการเอาเรือลงแบบต้องขับเรือไปจอด สำหรับผมๆจะไม่ถอยเทรลเลอร์ลงไปเยอะเพราะไม่ต้องการให้เรือลอย แต่ต้องเพียงพอให้หางจุ่มน้ำเพื่อที่จะสตาร์ทเครื่องได้ จากนั้นก็ให้ขึ้นไปบนเรือสตาร์ทเครื่องวอร์มเครื่องให้เรียบร้อย เมื่อพร้อมแล้วค่อยเดินไปที่หัวเรือเพื่อที่จะปลดสายวิ้นซ์ ส่วนการเอาเรือลง ก็แค่เข้าเกียร์ถอยแล้วค่อยๆเร่งทีล่ะนิดแค่นี้เรือก็จะค่อยๆไหลลงน้ำแล้วครับ จากนั้นก็เอาเรือไปจอดผูกให้เรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปลากเทรลเลอร์เก็บ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

พูดถึงตอนเอาเรือลงน้ำกันแล้วทีนี้เรามาพูดถึงตอนเอาเรือขึ้นกันบ้าง อย่างที่ผมเขียนไว้ตั้งแต่ตอนแรก การเอาเรือลงนั้นง่ายกว่าเอาขึ้นมาก แต่การเอาเรือขึ้นก็ไม่ได้ยากเย็นเหมือนที่หลายๆคนพูดกัน แค่เพียงเราจะต้องระมัดระวังมากขึ้นแค่นั้น ในการเอาเรือขึ้นนั้นเราต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างประกอบด้วยนะครับ ระดับน้ำที่แรมป์ กระแสน้ำว่าน้ำพัดไปทางใหน และ แรงขนาดใหน หลังจากที่เราดูกระแสน้ำ ระดับน้ำแล้ว ก็แค่ถอยเทรลเลอร์ลงมาที่แรมป์ เหมือนกับตอนเอาเรือลง แต่ตอนเอาขึ้นให้ถอยให้เทรลเลอร์ลงมาในน้ำเยอะกว่าตอนเอาเรือลงสัก 1-2 ฟุต จากนั้นให้ดูกระแสน้ำว่าพัดไปทางใหน เช่นถ้าน้ำพัดจากขวามาซ้าย เราก็ต้องบังคับเรือของเราให้มาทางขวาของเทรลเลอร์ เพราะกระแสน้ำจะช่วยพัดเรือของเรามาทางซ้ายเอง จากนั้นให้ค่อยๆเร่งเครื่องเพื่อที่จะให้หัวเรือเสียบเข้าไปที่เทรลเลอร์หลายๆคนที่จะพลาดมักจะพลาดก็ตรงจุดนี้นี่แหระครับ เพราะบางทีมีเพื่อน หรือ คนที่อยู่บนฝั่งมาช่วยจับหัวเรือ ซึ่งอาจจะทำให้ท้ายเรือปัดไปอีกทางได้ แล้วก็ต้องถอยแล้วขึ้นใหม่อีกรอบ แต่สำหรับผมที่ไปคนเดียว ก็จะใช้วิธีเดินเครื่องเบาๆรอบคงที่แล้วค่อยๆเอาหัวเรือเสียบเข้าที่ขาสกีของเทรลเลอร์เลยครับ จากนั้นก็จะเดินไปที่หัวเรือเพื่อที่จะเอาสายวิ้นซ์มาคล้องกับห่วงคล้องที่หัวเรือ แล้วก็ลงไปวิ้นซ์เพื่อล๊อคเรือ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้วครับ

ต้องขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า เทคนิคนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผม ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของผมเองล้วน ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของการถอยเทรลเลอร์ การบังคับเรือ และ ก็ประสบการณ์ด้วยครับ ถ้ามีโอกาสลองทำดูนะครับ แล้วได้ผลอย่างไรก็แจ้งให้ทราบกันบ้างนะครับ

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *