เยี่ยมชมอู่ต่อเรือเร็วไฟเบอร์กลาส ตอนที่ 2

การใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเรือ
เรือแบบและขนาดต่างๆ ต้องมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับการใช้งานจำเพาะอย่าง เช่น เรือขนาดเล็กที่ต้องการใช้งานเบาๆ และวิ่งด้วยความเร็วสูงก็ต้องเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัดเหมาะสมกับตัวเรือ เช่นเครื่องเอ้าท์บอร์ด (OUTBOARD)น้ำหนักต้องเบาและความเร็วรอบเครื่องก็ต้องสูงด้วย เพื่อที่จะทำให้เรือวิ่งได้เร็ว ส่วนเรือขนาดใหญ่ต้องใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงม้าสูง ซึ่งมีน้ำหนักมาก โดยทั่วไปเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่จะมีความเร็วรอบเครื่องต่ำมีแรงบิดสูง เช่น เครื่องยนต์ดีเซล ทำให้ใช้ใบพัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ได้ ซึ่งจะดันเรือและน้ำหนักบรรทุกให้เคลื่อนไปข้างหน้าได้ดี แต่ขนาดของตัวเรือและใบพัดที่ใหญ่จะมีแรงต้านทำให้ความเร็วเรือลดลงมาก นอกจากเรือขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบให้มีรูปทรงเพรียวหัวเรือแหลม ไม่ต้านน้ำและลม (HYDRO AND AERODYNAMIC) ขณะเดียวกันก็ต้องติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดเบา มีแรงม้าสูง และรอบจัด เช่น เครื่องยนต์เทอร์ไบน์ (HAMITION, CASROLDI, KA-ME-WA เป็นต้น เรือบางชนิดยังใช้ระบบขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานจากเตาปฎิกรณ์ปรมาณู เช่น เรือดำน้ำขนาดใหญ่และเรือบรรทุกเครื่องบิน จึงทำความเร็วได้สูงมาก เครื่องยนต์ที่ควรจะพูดก็คงจะเป็นเครื่องยนต์ทีใช้กับเรือขนาดเล็กและกลางขนาด 10-30 ฟุต ซึ่งเป็นเรือสำราญ (PLEASURE BOATS) ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้น
เครื่องยนต์ติดท้าย (OUTBOARD)
เครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ด เป็นเครื่องยนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบอยู่ในตัวทั้งระบบคือมี.
1. พาวเวอร์เฮด (POWER HERD) เป็นแหล่งที่ให้พลังงาน โดยมีระบบเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงจุดระเบิด (เบนซินและดีเซล) เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์สองจังหวะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียวไม่ต้องผสมน้ำมันเครื่องหล่อลื่น (2T) หรือเครื่องยนต์สี่จังหวะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียวไม่ต้องผสมน้ำมันเครื่องหล่อลื่น เช่นในรถยนต์เป็นต้น
2. ระบบเกียร์ (GEAR CASE) ซึ่งมีเพียง 3 เกียร์ คือ เดินหน้า – ว่าง – ถอยหลัง เท่านั้นโดยมีอัตราทดแตกต่างกันไปตามแบบที่ผู้ผลิตจะกำหนดเช่น ทด 1.5 ต่อ 1 หรือ 2 ต่อ 1 เป็นต้น ระบบเกียร์แรงผ่านเพลาขับ (SPLINED SHAFT) ยังใบจักร (PROPELLER) ซึ่งหมุนตีเกลียว (PITCH) ดันให้เรือเดินหน้าและถอยหลัง
3. ระบบหางเสือเลี้ยว (STEERING) โดยที่เครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดติดตั้งอยู่ท้ายเรือ (TRANSOM) โดยมีแท่นจับเครื่อง (ENGINE BRACKET) ร้อยสกรูน๊อตติดแน่นกับแผ่นท้ายเรือ ทำให้แรงดันจากเกลียวใบจักร ขับผ่านแท่นจับเครื่องไปสู่แผ่นท้ายเรือเคลื่อนที่นั้น ที่ตัวแท่นจับเครื่องมีชุดแกนสลักแนวตั้ง (HORIZONTAL SWIVEL BRACKET) ติดตั้งอยู่เพื่อทำหน้าที่หมุนเครื่องไปทางซ้ายและทางขวาผ่านท้าวแขน (STEERING ARM AND SHAFT ASSY) ทำให้กระแสแรงดันของเกลียวใบจักร เปลี่ยนทิศทางทำให้เรือเลี้ยวไปทางซ้ายหรือขวาได้
4. ระบบปรับระดับหางและยกหาง (TRIM AND TILT) เช่นเดียวกับระบบหางเสือเลี้ยว ภายในแท่นจับเครื่องจะมีชุดแกนสลักในแนวนอน (LONGITUDINAL SWIVEL BRACKET) เพื่อทำหน้าที่หมุนเครื่องให้ยกขึ้นและลงโดยมีชุดขับไฮดรอลิค – มอเตอร์ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโดยสวิทช์ที่คันบังคับรีโมท (REMOTE CONTROL)
จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดเป็นเครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดเป็นเครื่องยนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบในการใช้งานได้ในตัวของมันเอง ประกอบกับการที่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา เนื่องจากความต้องการที่จะทำให้เป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด (COMPACT) มีแรงม้าสูง (HIGHLY RATED HORSEPOWER) รอบเครื่องจัด (HIGH RPM) และใช้วัสดุที่เบาและทนทานต่อสนิมและน้ำทะเล (SEA WATER RESISTING ALLOY MATERIALS) จึงทำให้เครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดเป็นเครื่องยนต์ที่ถูกนำมาใช้งานมากที่สุดในเรือเร็วขนาดเล็กและปานกลาง
เครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดมีขนาดตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาดเล็กสูบเดียวต่ำกว่า 5 แรงม้าไปจนถึงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เช่น V-6 หรือ V-8 มีความแรงกว่า 200-300 แรงม้า ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ ทีเดียว อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์เอ้าท์บอร์ดขนาดใหญ่ดังกล่าวก็ยังมีภาษีด้านพิกัดน้ำหนักต่อแรงม้าเครื่องยนต์ดีกว่าเครื่องยนต์ชนิดอื่นๆ โดยทั่วไป.
ความรู้เรื่องเรือ
การเล่นเรือกำลังจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวันดังนั้น บทความที่จะกล่าวถึงนี้จึงเป็นเหมือนเครื่องนำทางสำหรับการเล่นเรือที่สนุกและปลอดภัย สำหรับท่านที่จะเลือกซื้อเรือเอาไว้ใช้เพื่อการพักผ่อนและคลายเครียดหลังภาระกิจประจำวันและต้องการหลีกหนีสภาพการจราจรบนท้องถนนที่แสนจะติดขัดและทำลายสุขภาพจิตของคนทั่วไป
บทความชิ้นนี้ว่าด้วยการใช้เรือให้เป็นและปลอดภัย รวมถึงความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรือและเครื่องยนต์ เรียบเรียงขึ้นโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่คลุกคลีกับเรือมาช้านาน ในส่วนของบทความนี้เป็นความเรียงขนาดยาว แบ่งหัวข้อออกเป็นตอนๆ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ซึ่งในช่วงแรกๆ นี้จะเป็นความรู้พื้นฐานที่นักเล่นเรือทั่วไปควรรู้
เครื่องยนต์วางกลางลำ
ส่วนมากที่เราจะเห็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์วางกลางลำโดยทั่วไปก็คงจะเป็นเรือบรรทุกคนโดยสารหรือใช้งานขนาดใหญ่และเรือประมงเสียเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุที่คนไม่นิยมใช้เครื่องยนต์วางกลางลำเรือในเรือขนาดเล็กเช่น เรือสปอร์ตหรือเรือท่องเที่ยวก็เพราะเครื่องยนต์ซึ่งวางกลางลำเรือกินเนื้อที่ภายในเรือไปมากและที่สำคัญก็คือความรำคาญเกี่ยวกับเสียงดังและไอกลิ่นควันจากท่อไอเสียและน้ำมันที่เผาไหม้ รวมทั้งความร้อนที่แผ่กระจายออกมาโดยรอบเครื่องยนต์เป็นต้น
เรือที่วางเครื่องกลางลำแยกระบบขับเคลื่อนกำลังกับระบบบังคับหางเสือออกจากกันโดยที่ระบบขับเคลื่อนกำลังคือตัวเครื่องยนต์นั้นติดตั้งค่อนมาทางกลางลำเรือ และยึดติดกับกระดูกงูอย่างแน่นหนาโดยจะเป็นการยึดแบบแน่นสนิทตายตัว (ร้อยสกรูน๊อต) กับกระดูกงูเรือหรือใช้แบบแท่นเครื่องที่มียางรองกันความสั่นสะเทือนก็ได้ และถ่ายกำลังผ่านเกียร์ทด (REDUCTION CEAR BOX) ซึ่งส่วนมากใช้ระบบเกียร์ทดไฮดรอลิก (HYDRAULIC CEAR BOX) ซึ่งเงียบกว่า และเปลี่ยนจากเกียร์เดินหน้ามาถอยหลังโดยไม่มีเสียงดังและไม่ต้องเหยียบคลัทช์ ต่อจากเกียร์ทดก็ถ่ายกำลังผ่านเพลาใบจักร (PROPELL SHAFT) ซึ่งต้องคำนวณขนาดความโตของเพลาให้พอเหมาะกับแรงม้าเครื่องยนต์และขนาดใบจักร (PROPELLER) รวมทั้งน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเรือด้วย เพลาใบจักรจะถูกสอดทะลุผ่านท้องเรือตรงกระบอกยึดเพลา (SHAFL LOG) ซึ่งส่วนหน้าของกระบอกยึดเพลาจะมีกล่องอุดกันน้ำ (STUFFING BOX) สวมอยู่ เพื่อทำหน้าป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาในเรือ และภายในกล่องอุดกันน้ำจะต้องมีแพ๊คกิ้งเชือกผสมกราไฟท์ (PACKING RINGS) เพื่อใช้ชันอุดไว้แน่นพอที่จะไม่ให้น้ำไหลเข้ามาตามเพลา ตรงปลายเพลาใบจักรซึ่งตามปรกติจะอยู่เกือบท้ายเรือจะถูกกลึงให้เรียวลง (TAPERED) และส่วนปลายสุดจะเป็นเกลียวมีน๊อตข่มใบจักร (PROPELLER SHAFT LOCK NUT) กันไม่ให้ใบจักรหลุดออกมาในขณะหมุนตีเกลียวส่งกำลัง ข้างหน้าของใบจักรจะเป็นขายึดปลายเพลา (PROPELL AHAFT STRUT) ซึ่งมีลักษณะแบนเพื่อไม่ให้ต้านน้ำและอาจจะเป็นขาเดี่ยวหรือขาคู่ก็ได้แล้วแต่การใช้งาน นอกจากนั้นรอบๆ เพลาใบจักรตรงปลายล่างของขายึดปลายเพลาจะเป็นท่อซึ่งภายในบรรจุไม้เนื้อแข็งหรือยางกันรุน (CUTLEES BEARING) เอาไว้เพื่อไม่ให้เพลาแกว่งข้างหลังเพลาใบจักรซึ่งต้องเว้นระยะเอาไว้ให้พอดีที่จะถอดใบจักรเข้าออกได้สะดวก หางเสือเรือมีหน้าที่หักเหกระแสน้ำพัดตีเกลียวจากใบจักรให้ส่งกำลังไปด้านข้างทำให้เรือเลี้ยว ดังนั้นระบบบังคับหางเสือ จึงต้องมีความแข็งแรงและต้องคำนวณขนาดให้พอเหมาะกับขนาดและน้ำหนักของเรือและกำลังของเครื่องยนต์ด้วย ระบบบังคับหางเสืออาจใช้ระบบไฮดรอลิค (HYDRAULIC STEERING) หรือระบบสาย (MECHANIC STEERING) ก็ได้
ใบจักรหรือใบพัดน้ำ
ภายหลังจากการที่ได้เลือกขนาดของเรือและเครื่องยนต์ที่ต้องการใช้งานต่างๆ ตามความต้องการแล้ว ผู้ใช้เรือยังต้องเลือกใบจักรให้เหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย เพราะขนาดและรูปแบบของใบจักรมีความสำคัญมากเช่นเดียวกับการใช้เกียร์ให้เหมาะกับการขับเคลื่อน รถยนต์ของคุณในความเร็วต่างกันเช่นต้องการความเร็วต่ำแต่น้ำหนักบรรทุกสูงท่านก็ต้องใช้เกียร์ต่ำ แต่ถ้าต้องการความเร็วสูงท่านก็ต้องเลือกใช้เกียร์สูงขึ้นไปเป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้าใช้ใบจักรขนาดเล็กแต่ใช้คันเรือที่มีน้ำหนักมากเรือจะแล่นได้ดีขณะใช้แรงเครื่องยนต์รอบต่ำๆ แต่พอเพิ่มรอบของเครื่องยนต์สูงมากขึ้น เรือกลับแล่นไม่ออก เนื่องจากใบจักรมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะดันเรือให้เดินหน้าได้ ทั้งๆ ที่กำลังเครื่องยนต์ยังมีแรงพออยู่ จึงเกิดอาการเรียกว่า “ใบจักรหมุนปั่นฟรี หรือสลิป (SLIP)” ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังอาจทำให้เครื่องยนต์ของคุณเสียหายได้ โดยเครื่องยนต์หมุนเกินรอบที่กำหนด (OVER REVVING) และเช่นกันถ้าท่านใช้ใบจักรที่โตเกินไปหรือหนักเกินไป (TOO BIG DIAMETER OR TOO HIGH PITCH) จะทำให้เครื่องไม่สามารถหมุนได้รอบที่กำหนด (UNDER REVVING) ทำให้เรือแล่นไม่ออกเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกใบจักรให้มีขนาดพอเหมาะ โดยพิจารณาถึงขนาดและน้ำหนักของเรือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่รอบเครื่องยนต์ที่ผู้สร้างกำหนดและความเร็วของเรือที่ต้องการ

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *