เรื่องคาดไม่ถึง

เรื่องคาดไม่ถึง

 

การเล่นเรือต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่เรียนไม่จบ ไม่ว่าจะเล่นเรือมานานแค่ใหนก็ยังมีเรื่องที่ทำให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ตัวผมเองถึงแม้ว่าจะเล่นเรือมานาน พบเจอเหตุการณ์ต่างๆนาๆมานับไม่ถ้วน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นก็คือสิ่งที่ผมมักจะเอามาเขียนเล่าเรื่องราวเพื่อให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่เริ่มต้นการเล่นเรือได้ศึกษา และ

ได้เรียนรู้ เผื่อถ้าเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันจะได้แก้ไขได้ การเล่นเรือมานานไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเก่ง หรือ ไม่เก่ง แต่เป็นตัวช่วยให้เราสามารถที่จะผ่านสถานะการณ์ที่คาดไม่ถึงได้ง่ายกว่าคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง สำหรับตัวผมเอง ผมยังถือว่าผมก็ยังเป็นเด็กอนุบาลที่ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมากมายที่ต้องศึกษา

 

สิ่งที่ผมอยากจะเขียนให้อ่านในวันนี้ คือ เหตุการณ์ล่าสุดที่ผมเพิ่งประสบด้วยตัวเอง เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนนี่เอง วันนั้นผมเอาเรือลงไปเล่นที่แม่น้ำบางปะกง ก่อนไปก็ได้ทำการตรวจเช็คเรือ และ เครื่องยนต์ ตาม check list ที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความเก่าๆ เช็คตารางน้ำ เช็คตารางลม และ อากาศครบถ้วน เอาเรือลงไปเล่นต้องบอกว่าทั้งเรือทั้งเครื่องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ๆ แต่หลังจากที่วิ่งเล่นไปได้สักชั่วโมงระหว่างที่อยู่กลางแม่น้ำ อยู่ๆก็รู้สึกว่าเครื่องยนต์สะดุดเหมือนกับใบจักรติดขยะ ก็เลยเบาเรือเพื่อที่จะจอดดูกลางแม่น้ำแล้วยกหางขึ้นดูว่าใบจักรติดสวะรึเปล่า ดูแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ พอเอาหางลงแล้วสตาร์ทเครื่อง เครื่องก็ติดปกติ แต่ปัญหา คือ พอเข้าเกียร์แล้ว เรือไม่ไปใหน เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ เริ่มคิดหนักว่ามีอะไรเกิดขึ้น คิดไปต่างๆนาๆ ว่าสงสัยจะเกียร์พัง แต่พอคิดย้อนกลับไป เกียร์ก็เพิ่งถอดออกมาเช็คระบบ น้ำมันเกียร์ก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่ ไม่น่าจะใช่นะ พยายามหาทางแก้ไข ทำอย่างไรก็ไม่ได้ เริ่มคิดต่อไปอีกว่า สงสัยเกียร์จะรูดรึเปล่า แต่อย่างที่บอก ว่าเพิ่งเช็คระบบมาทุกอย่างสมบูรณ์ แล้วปกติ เกียร์จะพังได้มีอยู่แค่ 2 กรณี คือ น้ำมันเกียร์ไม่มี หรือ กระแทกหิน หรือ ไม้อย่างรุนแรง แต่น้ำมันเกียร์ก็เพิ่งเปลี่ยน แลัวระหว่างที่ขับก็ไม่ได้กระแทกอะไรสักนิด แล้วมันเป็นอะไร???

ระหว่างที่คิดเรื่องเกียร์เป็นอะไร อีกเรื่องที่ต้องคิดในเวลานั้น คือ แล้วจะเอาเรือเข้าฝั่งได้ยังไงเพราะอยู่ห่างฝั่งพอสมควรจะพายเข้าฝั่งก็คงจะไม่ไหว เพราะกระแสน้ำเริ่มที่จะเปลี่ยนทิศ แล้วต้องพายทวนกระแสลมอีก จะปล่อยเรือไหลก็ยิ่งจะทำให้ควบคุมไม่ได้ โทรพาพรรคพวกที่อยู่แถวนั้น แต่ล่ะคนก็อยู่ไกลเกิน โชคดีมากๆที่มีคุณลุง 2 คน ขับเรือผ่านมาพอดี เลยให้ช่วยลากเข้าฝั่งให้ ตอนแรกคุณลุงก็ลังเล เพราะบอกว่าเรือของเราใหญ่ เรือของเค้าเล็กกลัวจะลากไม่ไหว แต่พอคุยกันไปคุยกันมา คุณลุงเลยบอกว่า ลองดูแล้วกันเผื่อจะไปได้ ปรากฎว่าไปได้จริงๆ คุณลุงเลยลากให้ไปถึงแรมป์ที่ใกล้ที่สุดซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เรือเสียอยู่สักเท่าไหร่ พอลากเรือเข้าไปที่แรมป์ได้แล้ว หันไปยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วถามคุณลุงว่าจะคิดค่าลากเท่าไหร่ คุณลุงบอกว่าไม่คิดหรอกแล้วรีบขับเรือออกไปเลย ต้องขอขอบคุณ คุณลุงมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

หลังจากที่เอาเรือเข้าฝั่งได้แล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องทำก็คือ หารถที่จะไปเอาเทรลเลอร์ของเรามาเอาเรือขึ้น ก็โชคดีที่ตรงที่แรมป์มี รปภ อยู่ เลยให้ลูกน้องนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์พี่เค้าไปเอาเทรลเลอร์ ซึ่งต้องบอกว่าระยะทางไกลพอสมควร เป็นอีกหนึ่งความโชคดีในโชคร้ายของวันนั้นจริง ๆ ระหว่างที่รอเทรลเลอร์ ก็เริ่มกลับมาคิดถึงปัญหาของเรืออีกที ว่าน่าจะเป็นอะไร โทรถามอาจารย์หลายๆท่านก็ยังไม่มีบทสรุป จนในที่สุดโทรไปหาอาจารย์ใหญ่ที่พัทยา ซึ่งเป็นช่างซ่อมเรือที่เก่งมากๆ และ เป็นอาจารย์ที่เคารพ แกบอกว่า ไม่ใช่เกียร์แน่นอนเพราะว่าเกียร์ไม่ได้พังง่ายๆ ถ้าน้ำมันเกียร์ไม่ขาด หรือ กระแทกกับหินอย่างรุนแรง อย่างที่ผมกล่าวมาในข้างต้น ดังนั้นอาการนี้น่าจะเป็นแค่ Hub ของใบจักรแตก พอหลังจากนั้นไม่นานเมื่อเทรลเลอร์มาถึง แล้วเราเอาเรือขึ้นบกได้แล้ว จึงเดินไปดูที่ใบจักร ปรากฎว่าเป็นไปอย่างที่อาจารย์สรรบอกไว้จริงๆ คือ Hub แตกละเอียด ตัว Hub โดยทั่วๆไปแล้วเราจะเห็นว่าด้านนอกเป็นทองเหลือง แต่ไม่ค่อยได้สังเกตุเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นยาง แล้วเป็นอีกอย่างที่เราไม่ค่อยได้เช็ค เพราะเวลาถอดออกมาก็จะดูกันแต่ภายนอก นี่จึงเป็น บทเรียน บทใหม่สำหรับผม

วันนี้เลยถือโอกาสเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เพื่อที่จะให้เพื่อนๆทุกคนได้ใช้เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนจะได้ไม่เกิดเหตุผิดพลาดแบบผมครับ หวังเรื่องที่เขียนเล่าให้ฟังในวันนี้จะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับทุกๆคนนะครับ

ขอให้เล่นเรือให้สนุก และ ปลอดภัยนะครับ

Comments

About the author:

. Follow him on Twitter / Facebook.