เทคนิคการขับเรือเบื้องต้น

เทคนิคการขับเรือ 11 ฟุต (พิมพ์นิยม) | Thai Boat Club

เทคนิคการขับเรือเบื้องต้น

มีคำถามฝากมาถึงผมเยอะมากๆว่า การขับเรือนั้นยากรึเปล่า เหมือนขับรถรึเปล่า วันนี้เลยจะขอเขียนถึงการขับเรือเบื้องต้น เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังคิดที่อยากจะมีเรือเป็นของตัวเองสักลำ หรือ

คนที่เพิ่งจะมีเรือเป็นของตัวเอง แต่ก่อนที่จะไปถึงในเนื้อหา ผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมล้วนๆ ผมเองไม่ใช่คนเก่งอะไรมาจากใหน แค่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์ เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่บ้างไม่มากก็น้อย

คนเล่นเรือในปัจจุบัน ต้องขอบอกว่ามีเยอะกว่าสมัยก่อนมาก การที่จะมีเรือสักลำนั้นยิ่งง่ายใหญ่ แค่มีเงินก็ซื้อได้แล้ว บางคนซื้อเรือมายังขับเรือไม่เป็นก็มีมากมาย หรือ บางคนแค่ได้รับคำแนะนำจากคนขายเพียงไม่กี่คำก็ถือว่าขับเป็นแล้วก็ไม่น้อย คนขายเรือสมัยนี้บางคนก็มักง่ายมากๆ พูดๆไปเพื่อให้ขายได้เป็นอันจบ โดยไม่ได้สนใจว่า จะเกิดผลอะไรตามมาบ้างรึเปล่า แค่เพียงตัวเองขายของได้แค่นั้นพอ

ทุกวันนี้ผมได้ยินคนเล่นเรือรุ่นเก่าๆบ่นให้ฟังกันเยอะมากๆว่าเวลาไปขับเรือทุกวันนี้เจอแต่คนขับเรือไม่มีมารยาท ไม่รู้กาละเทศะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุกันบ่อยครั้ง และ เมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง ชาวเรือทุกคนก็จะได้รับผลกระทบตามมาไม่มากก็น้อยทุกครั้งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น หรือ ข้อห้ามต่างๆที่เพิ่มมากขึ้น จนไปถึงตลาดน้ำบางที่ๆเราเคยขับเรือเข้าไปเที่ยวได้เค้าก็ไม่ให้พวกเราเข้าไป รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลายๆแห่งที่เริ่มจะมีกฎที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ และ เมื่อมีกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆออกมา ผมก็มักจะได้ยินเสียงบ่นจากชาวเรือกันระงมวงการ ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่มีใครได้มองย้อนกลับไปเลยว่าพวกเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง และ ที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะใคร ก็เพราะพวกเรากันเองนี่แหระครับ

ก่อนที่จะยืดยาวไปกว่านี้ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ

การเตรียมพร้อมก่อนที่จะเอาเรือลงน้ำ

สำหรับตัวผมเอง ก่อนที่จะออกเดินทางทุกทริป ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล สิ่งที่แรกที่ผมจะต้องทำเสมอ คือ การเตรียมเรือ และ เตรียมความพร้อมของคน การเตรียมเรือนั้น สิ่งหลักๆที่ผมมักจะทำ คือ

  1. ตรวจความพร้อมของตัวเรือและ เครื่องยนต์ โดยการทำการล้างเรือทุกครั้งก่อนที่เราจะเดินทาง เพราะในระหว่างที่เราล้างเรือ และ เช็ดเรือของเรานั้น เราจะต้องเดินไปรอบๆตัวเรือของเราซึ่งจะทำให้เราได้มีโอกาสตรวจสอบเรือของเราไปในตัวด้วยว่ามีส่วนใหนที่ผิดปกติ หรือ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ถ้ามีจะได้แก้ไขได้ก่อนที่เราจะลากเรือไป
  2. ตรวจสอบเครื่องยนต์ หลังจากที่ล้างเรือ เช็ดเรือ และ ตรวจสภาพเรือแล้ว สิ่งต่อมา คือ ตรวจสอบเครื่องยนต์ โดยการสตาร์ทเครื่อง แต่ขั้นตอนนี้ถ้าสตาร์ทบนบกอย่าลืมต่อท่อดูดน้ำด้วยนะครับ การที่เราได้สตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนที่จะไปทริปนั้น ช่วยให้เราได้ตรวจสอบหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน คือ ตรวจสอบแบตเตอรี่ ว่ามีความพร้อมสำหรับใช้งานรึเปล่า ไม่ใช่ว่าลากไปถึงที่หมายแล้วปรากฎว่าแบตเตอรี่หมด ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆว่าสมบูรณ์พร้อมใช้งานรึเปล่า
  3. ตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยว่ามีพร้อมสำหรับทุกๆคนที่จะเดินทางไปกับเรารึเปล่า ชูชีพมีเพียงพอสำหรับทุกๆคนรึเปล่า มีเชือกสำรอง ไม้พาย เครื่องมือช่างที่จำเป็นรวมไปถึงอะหลั่ย พร้อมสำหรับถ้ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นบ้างรึเปล่า
  4. เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และ ยาที่จำเป็น สำหรับตัวผมเอง ไม่ว่าทริปนั้นจะเป็นทริปที่ใกล้ หรือ ไกล จะมีร้านค้า ร้านอาหารเรียงราย อยู่สองฝั่งแม่น้ำ แต่สิ่งที่ผมจะต้องมีติดเรือไปทุกครั้ง และ มีเผื่อไว้เพียงพอสำหรับต้องอยู่ได้เป็นวันทุกครั้ง คือ อาหาร และ เครื่องดื่ม เพราะการที่เราอยู่ในสายน้ำนั้นแตกต่างจากการที่เราอยู่บนบกถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกว่าที่จะมีคนมาช่วยเราอาจจะใช้เวลานาน
  5. หลังจากเตรียม เรือ เครื่องเรือ อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ต่อมา คือ ต้องดูสภาพความพร้อมของตัวเราเอง และ ผู้ร่วมทางด้วยว่ามีสภาพร่างกายพร้อมรึยัง ถ้าไม่พร้อม ผมขอแนะนำว่าเลื่อนทริปไปก่อนจะดีที่สุด เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจะช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
  6. ตรวจสภาพดินฟ้าอากาศ และ คลื่นลม ว่าเป็นอย่างไร ต้องคอยเช็คกับกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าสถานที่ ที่เราจะไปนั้น มีสภาวะคลื่นลมเป็นอย่างไร ระดับน้ำขึ้นลงเป็นอย่างไร เอาเรือลงน้ำได้กี่โมง และ เอาเรือขึ้นได้กี่โมง ถ้าทุกอย่างพร้อม สภาพลมฟ้าอากาศเป็นใจ จะทำให้เราเล่นเรือได้สนุกขึ้นเยอะเลยครับ

เริ่มสตาร์ทเรือ

หลังจากที่เราเตรียมความพร้อมทุกๆอย่างแล้ว ก็ถึงเวลาเอาเรือลงน้ำกันแล้วล่ะครับ ช่วงที่เอาเรือลงน้ำพอเราถอยเทรลเลอร์เอาเรือลงน้ำแล้ว อย่าเพิ่งรีบปล่อยเรือออกจากเทรลเลอร์กันนะครับ เราควรที่จะสตาร์ทเครื่องเรือของเราให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าปล่อยเรือก่อนที่จะติดเครื่อง ถ้าเครื่องไม่ติด หรือ เครื่องมีปัญหาแต่เรือหลุดออกไปแล้วยิ่งทำควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะถ้าเจอกระแสน้ำกระแสลมแรงๆ จะทำให้เราไม่สามารถที่จะควบคุมเรือของเราได้ หลังจากที่เราสตาร์ทเครื่องเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ค่อยๆเดินเครื่องถอยหลังออกจากเทรลเลอร์เพื่อไปผูกที่ท่า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางอีกรอบ และ ถือเป็นการอุ่นเครื่อง และ เช็คอุปกรณ์ต่างๆก่อนเดินทางอีกรอบ

เริ่มต้นการเดินทาง

ก่อนที่เราจะเริ่มออกเรือ สิ่งที่เราควรสังเกตุช่วงนี้ คือ ทุกคนบนเรือของเราได้ใส่ชูชีพครบทุกคนรึยัง สายเซฟตี้ได้คล้องติดตัวคนขับรึยัง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ทีนี้ก็ถึงเวลาแห่งความสุขบนสายน้ำแล้วครับ ก่อนออกจากท่า ควรที่จะสังเกตก่อนว่ามีเรือลำอื่นกำลังวิ่งมาทางเรารึเปล่า มีคลื่นที่กำลังซัดเข้ามาหาเรือของเราอยู่รึเปล่า ถ้าไม่มีก็ค่อยๆเร่งเครื่องเพื่อออกจากท่า อย่ารีบเร่งเครื่องด้วยความเร็วสูงตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ ค่อยๆออก แล้วจำไว้เสมอว่าเรือต้องวิ่งทางฝั่งขวา พอหลังจากที่เรือของเราพ้นท่าไปในระยะที่ปลอดภัย เราค่อยๆเร่งเครื่องขึ้น ทีล่ะน้อย แล้วค่อยๆเบี่ยงไปทางขวาของลำน้ำ แต่ห้ามวิ่งตัดหน้าเรือลำอื่นนะครับ ทิ้งระยะให้อยู่ในช่วงที่ปลอดภัย เพราะเรือไม่มีเบรตเหมือนรถ ไม่สามารถที่จะหยุดได้ทันใจเหมือนกับรถยนต์ ถ้าเป็นช่วงที่น้ำเรียบไม่ค่อยมีเรือสัญจรไปกันได้เลยครับ การขับเรือนั้น ส่วนใหญ่เราจะไม่เร่งกันจนสุดคันเร่งเหมือนที่หลายๆคนทำกันในทุกวันนี้ แต่เราจะมีเหลือไว้อยู่พอสมควร เผื่อถ้ามีเหตุที่จะต้องเร่งจริงๆ จะได้เร่งได้ และ การเดินทาง เราควรจะเดินทางกันที่ Cruise Speed ไม่ใช่อัดกันให้สุดตลอดทาง เพราะนอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย

เวลาเจอคลื่น

แล้วถ้าวันที่เราเอาเรือไปเที่ยวมีคลื่นเยอะแรงจะทำยังไง ทุกวันนี้ผมเห็นมีนักเล่นเรือมือใหม่ ที่ไม่เข้าใจเอาแต่ความมันคือ เห็นคลื่นเป็นต้องกระโดด คือ ไม่อ่านแนวคลื่นนั่นเอง บางคนวิ่งลุยไปอย่างนั้นเลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายมากๆ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรก็ดีไป แต่ถ้าเรือเสียอาการจะควบคุมได้ยากมากๆ การอ่านแนวคลื่นนั้นสำหรับเรือทั่วๆไป ผมขอบอกเลยว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าวิ่งชนคลื่นตรงๆ และ อย่าวิ่งขวางคลื่น การที่เราวิ่งชนคลื่นตรงๆนั้น มีข้อเสียคือ เมื่อเรากระโดดคลื่นลุกแรกไปแล้ว ช่วงจังหว่ะที่เราลงจากคลื่นหัวเรือของเราอาจจะมุดน้ำได้ ในบางคนอาจจะตกใจกดคันเร่งเข้าไปอีก ยิ่งทำให้หัวเรือมุดน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ ส่วนการวิ่งขวางคลื่นนั้นจะทำให้เรือของเราเสียสมดุลย์ ควบคุมได้ยากเพราะเรือของเราจะเอียงไปมา อาจจะทำให้ข้าวของบนเรือของเรากลิ้งไปมา หรือ แม้แต่ตัวคนอาจจะตกจากที่นั่งได้

ผมเชื่อว่ามาถึงตรงนี้คงจะมีคนตั้งคำถามว่า แล้วแบบนี้จะต้องทำอย่างไร?

หลักง่ายๆ คือ คิดเหมือนกับว่าเรากำลังขับเรือเล็กๆ แล้วเจอคลื่นถ้าเราชนคลื่นตรงๆ หรือ วิ่งขวางคลื่น ผลก็จะเป็นเหมือนที่ผมเขียนไว้ด้านบน แต่ที่หนักกว่าคือเนื่องจากเรือที่มีขนาดเล็กเมื่อเรือเสียสมดุลย์ตัวเราเองอาจจะตกลงน้ำซึ่งจะทำให้เหตุการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ ให้วิ่งแทยงมุมกับคลื่น หรือ ถ้าพูดแบบบ้านๆคือให้ตัดคลื่นเป็นแนวเฉียง 45 องศา เพราะทางนี้จะทำให้เหมือนเรายืดความยาวของตัวเรือของเรา และแนวคลื่นจะมีแนวที่สั้นลงทำให้เราสามารถที่จะวิ่งฝ่าคลื่นได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมากๆ แต่ที่สำคัญอีกข้อคือมือของเราจะต้องอยู่ที่คันเร่งตลอดเวลาเพื่อควบคุมความเร็ว ให้อยู่ที่ความเร็วที่เหมาะสมคือไม่เร็วจนเกินไป และ ก็ไม่ช้าจนเกินไป คือควบคุมเรือของเราให้เกือบๆที่จะเพลนที่ยังไม่เพลน เพราะในจังหว่ะนี้เครื่องยนต์ของเราจะมีแรงฉุดค่อนข้างสูงทำให้เราสามารถที่จะเร่งเพื่อที่จะกระโดดข้ามคลื่นได้ หรือ ผ่อนให้เบาเพื่อค่อยๆลอยข้ามคลื่นโดยที่หัวเราของเราไม่มุดน้ำ แค่นี้เราก็สามารถที่จะวิ่งเรือในขณะที่มีคลื่นได้อย่างสบายๆ

ผมเชื่อว่ามาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามตามมาอีกว่าแล้วถ้าเจอคลื่นใหญ่ๆจะทำยังไง วิธีการจริงๆแล้วไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ สำคัญที่สุดคือควบคุมหัวเรือของเราไม่ให้มุดน้ำ และ พยายามอย่าให้เรือขวางคลื่น และที่สำคัญที่สุดคืออย่าตกใจ ควบคุมสติให้ดี แล้วค่อยๆข้ามคลื่นไปทีล่ะลูกแค่นั้นเองครับ

พูดถึงตอนขับกันไปแล้วทีนี้มาถึงตอนที่จะจอดกันบ้างครับ

ด้วยความที่เรือไม่มีเบรคเหมือนรถยนต์ ดังนั้นเวลาที่เราจะจอดเราต้องเผื่อระยะสำหรับแรงเฉื่อย เอาไว้ด้วยนะครับ นอกจากแรงเฉื่อยแล้ว กระแสน้ำ และ กระแสลมก็มีผลต่อการจอดเรือเช่นกันครับ ดังนั้นก่อนที่เราจะจอดเราควรที่จะสังเกตทั้งกระแสน้ำ กระแสลม เอาไว้ด้วยนะครับ ก่อนที่เราจะเอาเรือเข้าเทียบท่า ควรที่จะสังเกตให้ดีก่อนว่ากระสำน้ำกำลังพัดไปทางใหน แล้วให้เราหันหัวเรือทวนกระแสน้ำเพื่อเข้าจอด วิธีนี้กระแสน้ำจะช่วยชลอเรือของเราด้วย ทำให้เราเข้าเทียบท่าได้อย่างนุ่มนวล และ ปลอดภัยมากขึ้นครับ

ห้ามวิ่งตัดหน้าเรือ

เรื่องนี้ผมเห็นมีนักเล่นเรือ รวมถึงนักเล่นเจ็ทสกีมือใหม่ไม่น้อยคึกคะนองเวลาที่อยู่ในสายน้ำ ยิ่งถ้าไปกันเป็นกลุ่มๆด้วย จะยิ่งคึกคะนองมากเป็นพิเศษ วิ่งแซงกันไปมา บางลำวิ่งตัดหน้าเรือที่สวนมาก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย หรือ การวิ่งเข้าใกล้เรือโยง หรือ เรือใหญ่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องบอกว่าจริงๆแล้วเป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะเรือไม่มีเบรค เราจะมาคิดว่าเค้าจะหักหลบให้เรา หรือ ไม่เป็นไรหรอก ระยะแค่นี้พ้นแน่ๆ จากประสบการณ์ของผมที่อยู่ในสายน้ำมาเป็นเวลาพอสมควร ต้องขอบอกว่า บนสายน้ำ ไม่มีอะไรแน่นอนครับ จริงอยู่ด้วยระยะ และ ความเร็วอาจจะพ้น แต่เราไม่รู้ว่าใต้น้ำมีอะไรบ้าง ถ้าเกิดโชคร้ายระหว่างที่เรากำลังจะแซงแล้วเกิดติดขยะขึ้นมา หรือ โดนเชือก จนเราไปไม่ได้จะทำอย่างไร นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆนะครับ ในชีวิตจริงเราอาจจะเจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝันอีกมากมาย ดังนั้นไม่วิ่งตัดหน้ากันปลอดภัยที่สุดครับ

เรือเล็กเรือใหญ่ หรือ เจ็ทสกี กับ เรือเร็ว

เรื่องนี้ต้องขอบอกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาพอสมควร เรือลำใหญ่ไม่เบาให้เรือเล็ก หรือ เจ็ทสกี ขี่ใกล้เรือเร็ว หรือ วิ่งใกล้กันเกินความจำเป็น เวลาที่เราขับเรือเร็ว เราต้องพึงระวังเรือเล็กๆ หรือ เรือชาวบ้านด้วยนะครับ เพราะคลื่นจากเรือของเราอาจจะทำให้เรือพวกเค้าเกิดอันตรายได้ ดังนั้นเมื่อเราเห็นว่ามีเรือเล็ก หรือ เรือชาวบ้านอยู่ด้านหน้าเราควรที่จะต้องเบาเรือของเราก่อนที่จะวิ่งผ่านเค้าพอสมควรเพื่อไม่ให้คลื่นจากเรือของเราไปกระทบกับเค้าซึ่งอาจจะทำให้เค้าเกิดอันตรายได้ ส่วนเจ็ทสกี ที่ชอบวิ่งใกล้เรือเร็ว เพราะว่าไม่กลัวคลื่นต้องขอบอกว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่อันตรายมากๆ เพราะถ้าเกิดเรือลำนั้นเค้ามองไม่เห็น แล้วหักเรือมาทางเราอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ทั้งสองฝ่าย ตามที่เห็นเป็นข่าวอยู่เนืองๆ

ส่วนเรื่องอื่นๆปลีกย่อยอีกมากมาย ลองย้อนกลับไปอ่านบทความเก่าๆที่ผมเคยลงเอาไว้ดูนะครับ สิ่งที่เอามาพูดในวันนี้เป็นบทย่อของหลายๆบท ซึ่งจริงๆแล้วยังไม่จบ ยังมีอีกมากมาย แต่เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ตอนเริ่มต้นเขียนเรื่องนี้กะว่าจะเขียนเรื่องนี้แบบย่อๆ แต่ขนาดย่อแล้วก็ยังยาวอยู่พอสมควร เลยคิดว่าขอหยุดแค่นี้ก่อนจะดีกว่า ส่วนรายละเอียดของแต่ล่ะเรื่องลองย้อนกลับมาอ่านบทความเก่าๆดูนะครับ หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับมือใหม่นะครับ ขอให้เล่นเรือให้สนุก และ ปลอดภัยนะครับ

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *