<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลับคนรักเรือ</title>
	<atom:link href="http://thaiboatclub.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaiboatclub.com</link>
	<description>Thai Boat Club</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Feb 2012 05:03:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>Boat Trailer</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 07:08:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=252</guid>
		<description><![CDATA[เล่นเรือ ลากเรือมาหลายปี พูดคุยกันก็มีแต่เรื่อง เรือ เรือ เรือ แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่สำคัญมากๆคือ พาหนะที่พาช่วยให้เราพาเรือของเราไปทุกแห่งหน นั่นก็คือ เทรลเลอร์นั่นเอง หรือ บางคนอาจจะเรียก สาลี่ ตามคำที่คนไทยเคยใช้กันจนติดปาก พอดีวันนี้เห็น สาเหตุที่ทำให้ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ในวันนี้ก็เพราะว่า วันนี้ผมได้เห็นรถลากเรืออยู่บนถนนคันนึง ลากเรือด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะในการลากเรือด้วยความเร็วสูงนั้นอันตรายมากๆยิ่งถ้าได้เทรลเลอร์ที่ไม่มาตรฐานแล้วด้วยยิ่งอันตรายมากๆ ผมขับตามหลังอยู่ไม่ไกล สังเกตุเห็นอาการของเทรลเลอร์ส่ายไปส่ายมาเวลาที่เค้าเปลี่ยนเลนส์ เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ ก็เลยขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการพูดคุยกันเรื่องเทรลเลอร์บ้างดีกว่า &#160; สิ่งที่ผมได้ยินคนในวงการเรือพูดกันมากที่สุดเรื่องนึงก็ คือ เรื่องการลากเทรลเลอรแล้วโดนจับ ลากเทรลเลอร์ แล้วขึ้นทางด่วนไม่ได้ ต้องคอยเตรียมสะตุ้งสตางค์ไว้คอยจ่ายให้ตำรวจเป็นค่าผ่านทาง เดี๋ยววันนี้เราจะเจาะเบื้องลึกของเรื่องเหล่านี้กันนะครับ &#160; เทรลเลอร์ที่เราเห็นมีใช้อยู่ในปัจจุบัน มีคนทำขายอยู่มากมายมีตั้งแต่ราคาหมื่นต้นๆ ไป จนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และ วัสดุที่ใช้ หลายๆคันที่ต่อออกมาแล้วไม่สามารถที่จะใช้งานได้จริง เสียเงินแล้วยังต้องมานั่งเสียใจ หรือ อาจจะต้องมาเสียเงินเพื่อที่จะซ่อม หรือ ดัดแปลง อีกเป็นต่อที่สอง บางคันสั่งต่อใหม่แท้ๆลากยังไม่ทันถึงบ้าน พังระหว่างทางก็เคยเห็นมากับตาแล้วเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเพราะว่าหลายๆคนจะพูดว่า ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเทรลเลอร์ดี ๆ<a href="http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/pichanee-the-chaser.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-257" title="pichanee &amp; the chaser" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/pichanee-the-chaser-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>เล่นเรือ ลากเรือมาหลายปี พูดคุยกันก็มีแต่เรื่อง เรือ เรือ เรือ แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่สำคัญมากๆคือ พาหนะที่พาช่วยให้เราพาเรือของเราไปทุกแห่งหน นั่นก็คือ เทรลเลอร์นั่นเอง หรือ บางคนอาจจะเรียก สาลี่ ตามคำที่คนไทยเคยใช้กันจนติดปาก พอดีวันนี้เห็น สาเหตุที่ทำให้ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ในวันนี้ก็เพราะว่า วันนี้ผมได้เห็นรถลากเรืออยู่บนถนนคันนึง ลากเรือด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะในการลากเรือด้วยความเร็วสูงนั้นอันตรายมากๆยิ่งถ้าได้เทรลเลอร์ที่ไม่มาตรฐานแล้วด้วยยิ่งอันตรายมากๆ ผมขับตามหลังอยู่ไม่ไกล สังเกตุเห็นอาการของเทรลเลอร์ส่ายไปส่ายมาเวลาที่เค้าเปลี่ยนเลนส์ เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ ก็เลยขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการพูดคุยกันเรื่องเทรลเลอร์บ้างดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ผมได้ยินคนในวงการเรือพูดกันมากที่สุดเรื่องนึงก็ คือ เรื่องการลากเทรลเลอรแล้วโดนจับ ลากเทรลเลอร์ แล้วขึ้นทางด่วนไม่ได้ ต้องคอยเตรียมสะตุ้งสตางค์ไว้คอยจ่ายให้ตำรวจเป็นค่าผ่านทาง เดี๋ยววันนี้เราจะเจาะเบื้องลึกของเรื่องเหล่านี้กันนะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทรลเลอร์ที่เราเห็นมีใช้อยู่ในปัจจุบัน มีคนทำขายอยู่มากมายมีตั้งแต่ราคาหมื่นต้นๆ ไป จนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และ วัสดุที่ใช้ หลายๆคันที่ต่อออกมาแล้วไม่สามารถที่จะใช้งานได้จริง เสียเงินแล้วยังต้องมานั่งเสียใจ หรือ อาจจะต้องมาเสียเงินเพื่อที่จะซ่อม หรือ ดัดแปลง อีกเป็นต่อที่สอง บางคันสั่งต่อใหม่แท้ๆลากยังไม่ทันถึงบ้าน พังระหว่างทางก็เคยเห็นมากับตาแล้วเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเพราะว่าหลายๆคนจะพูดว่า ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเทรลเลอร์ดี ๆ ที่ แพง ๆ หรอก สั่งแบบนี้ก็ได้ลากได้เหมือนกันถูกตังค์กว่ากันตั้งเยอะ แต่มาถึงวันนี้แล้วผมขอบอกว่า การที่เราใช้เทรลเลอร์ดีๆ ซึ่งอาจจะแพงกว่าเทรลเลอร์ที่ทำขายกันทั่วๆไปอยู่บ้าง นั้นคุ้มค่ากว่ากันเยอะเลยครับ ข้อแรก เทรลเลอร์ที่ดีที่ได้การรับรองจากวิศวกร เราสามารถที่จะขอทะเบียนได้  และ เมื่อเราขอทะเบียนได้ เราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลในเรื่องจะโดนตำรวจจับ หรือ ขึ้นทางด่วนไม่ได้อีกเลย เพราะตามกฎหมาย ถ้าเทรลเลอร์ของเราถูกต้องตามกฎหมาย คือ มีทะเบียน มี พ.ร.บ.เราสามารถที่จะลากเทรลเลอร์ได้ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องขอใบอนุญาตพิเศษ หรือ มีใบขับขี่พิเศษแต่อย่างใด ดังนั้นเราก็ไม่ต้องกลัวเรื่องจะโดนตำรวจจับ หรือ เรื่องห้ามขึ้นทางด่วนอีกต่อไป</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/pichanee-trailer.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-258" title="pichanee trailer" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/pichanee-trailer-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เทรลเลอร์ทั่วๆไปที่เราเห็นมีขายกันทั่วไป ส่วนใหญ่จะทำจากเหล็กตัว C มีไฟท้ายบ้างไม่มีบ้าง ตามอรรถภาพ ขึ้นชื่อว่าเหล็ก ข้อเสียข้อแรกเลยก็คือเรื่องสนิม ยิ่งถ้าใครนิยมลากเรือไปเที่ยวทะเล หรือ ไปนิยมไปเรือไปเที่ยวแถวที่เป็นน้ำกร่อย รับรองได้ว่า ผ่านไปไม่นานจะมีสนิมขึ้นแน่นอน และ เหล็กเมื่อมีสนิมขึ้นยิ่งผ่านไปนานวันก็จะเริ่มผุ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเรือ และ ผู้ลากจูงเป็นอย่างมาก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าวันใหนเราจะโชคร้าย เจอกับอะไรบ้าง ส่วนเทรลเลอร์ที่ดีๆนั้น ส่วนใหญ่ จะเป็น Galvanized หรือ จะพ่น Powder Coat ซึ่งทำให้เราหมดห่วงเรื่องการดูแลรักษา และ เรื่องสนิมไปได้เลย  ระบบช่วงล่างของเทรลเลอร์ทั่วๆไป เท่าที่ผมเคยเห็น และ เคยสัมผัสมาส่วนใหญ่ หรือ จะเรียกว่าทั้งหมดเลยก็ว่าได้จะเป็น แหนบ และ ก็มีโช๊ค 1 คู่ โดยที่ผู้สั่งแค่บอกกับทางอู่ว่าอยากได้เทรลเลอร์สำหรับเรือขนาดกี่ฟุต โดยที่ทางอู่ไม่เคยเห็นเรือเลย และ ก็ไม่เคยได้มีการคำนวณเรื่องน้ำหนักของตัวเรือ และ รูปแบบของขาสกีที่ทำหน้าที่ในการรับท้องเรือ ซึ่งก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็เป็นได้  ส่วนถ้าเป็นเทรลเลอร์ดีๆ ระบบช่วงล่างจะใช้เป็น ทอร์ชั่นบาร์ และ ในการสั่งต่อเทรลเลอร์แต่ล่ะคัน ทางอู่เค้าจะสอบถามถึงประเภทของเรือที่ใช้ ลักษณะของท้องเรือ น้ำหนักของตัวเรือ และ ขนาดของเครื่องยนต์ เพื่อที่จะคำนวณการรับน้ำหนัก และ ก็เพื่อที่จะออกแบบขาสกีเพื่อรองรับตัวเรือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกเรื่องนึงที่สำคัญมากๆเช่นกันก็ คือ เรื่องของระบบไฟ ในการเอาเรือขึ้นลงแต่ล่ะครั้งสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ คือ การลากเทรลเลอร์ลงน้ำ เทรลเลอร์โดยทั่วๆไปที่ผมเคยเห็น ส่วนใหญ่ก็จะใช้ไฟท้ายของรถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ เอามาทำไฟท้ายเทรลเลอร์ และ สายไฟที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสายธรรมดา พันด้วยเทปพันสายไฟ ซึ่งไม่ได้มีส่วนใหนที่กันน้ำเลย หลายๆคันเกิดไฟช๊อตไฟดับ ถ้าเป็นตอนกลางวันก็คงจะยังไม่หนักหนาสาหัสสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นตอนกลางคืนลากเทรลเลอร์ทั้งๆที่ไม่มีไฟท้ายเลยสักดวง ต้องขอบอกว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆเลยครับ แต่ถ้าเป็นเทรลเลอร์ดีๆ ไฟท้ายที่เค้าใช้จะเป็ดหลอด LED ซึ่งนอกจากจะประหยัดไฟ และ มีอายุการใช้งานที่นานแล้ว ยังกันน้ำได้อีกด้วย สายไฟที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสายไฟที่มีฉนวนกันน้ำ ทำให้เราหมดกังวลเรื่องนี้ไปได้อีกเช่นกัน</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/back-of-my-trailer.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-256" title="back of my trailer" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2012/01/back-of-my-trailer-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>มาถึงตรงนี้ผมต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ กับบริษัทรับทำเทรลเลอร์ใด ๆ นะครับ เพียงแค่คิดว่ากว่าเราจะหาเรือที่เรารัก และ ถูกใจได้แต่ล่ะลำก็แสนจะยากลำบาก บางคนต้องเก็บหอมรอมริบมาเป็นปี ๆ กว่าจะได้มีเรือกับเค้าสักลำ ถ้าเกิดอะไรกับเรือขึ้นก็คงจะเศร้าใจไม่น้อย และ ถ้าแค่เกิดอันตรายใด ๆ กับตัวเราผมว่าไม่คุ้มกับเงินที่เราประหยัดไปได้อย่างแน่นอน</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/252/articles/boat-trailer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดใต้บาดาล Unseen Thailand</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 08:44:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=231</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; &#160; &#160; Unseen Thailand วัดใต้บาดาล Unseen Thailand ภาพของ วัดใต้บาดาล หรือ วิหารจมน้ำ คงจะเป็นหนึ่งในภาพที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ และ ตามมาด้วยคำถามมากมาย ว่าวัดนี้อยู่ที่ใหน จังหวัดอะไร และ ไปอยู่ใต้น้ำได้อย่างไร ตามผมมาครับเดี๋ยวผมจะพาไปสำรวจให้เราได้รู้จักวัดแห่งนี้กันมากขึ้นครับ วัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ตั้งอยู่ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เดิมทีวัดแห่งนี้มีสถานะเพียงแค่สำนักสงฆ์ ในบริเวณวัดมีเพียงแค่กุฎิ และ ศาลาเท่านั้น แต่เนื่องจากสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระที่ชาวบ้านนับถือเป็นอย่างมาก จนได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าของชาวมอญ พระรูปนั้นก็ คือ หลวงพ่ออุตตมะ ท่านจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ถึงจะเป็นเพียงแค่สำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านทุกๆคนต่างพากันเรียกสำนักสงฆ์แห่งนี้ว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 กรมการศาสนาได้ยกระดับสถานะของสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นเป็นวัด และ ให้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ตามชื่อเดิมของอำเภอ คือ อำเภอ วังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะเป็น ตำบลวังกะ และ<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/kao-lam.jpg">
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/sunset-at-sanklaburi/"  title='sunset at sanklaburi'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/sunset-at-sanklaburi-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="sunset at sanklaburi" title="sunset at sanklaburi" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/foggy-wooden-bridge/"  title='foggy wooden bridge'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/foggy-wooden-bridge-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="foggy wooden bridge" title="foggy wooden bridge" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/kao-lam/"  title='kao lam'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/kao-lam-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="kao lam" title="kao lam" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/pagoda/"  title='pagoda'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/pagoda-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="pagoda" title="pagoda" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/sunset-at-sanklaburi-2/"  title='sunset at sanklaburi'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/sunset-at-sanklaburi1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="sunset at sanklaburi" title="sunset at sanklaburi" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/sunset-at-the-sanklaburi/"  title='sunset at the sanklaburi'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/sunset-at-the-sanklaburi-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="sunset at the sanklaburi" title="sunset at the sanklaburi" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/the-old-temple/"  title='the old temple'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/the-old-temple-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="the old temple" title="the old temple" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/the-old-temple2/"  title='the old temple2'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/the-old-temple2-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="the old temple2" title="the old temple2" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/wooden-bridge/"  title='wooden bridge'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/wooden-bridge-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="wooden bridge" title="wooden bridge" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/bhudhakaya-pagoda/"  title='bhudhakaya pagoda'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/bhudhakaya-pagoda-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="bhudhakaya pagoda" title="bhudhakaya pagoda" /></a>
<a href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/attachment/downhill-sanklaburi/"  title='downhill sanklaburi'><img width="150" height="150" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/downhill-sanklaburi-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="downhill sanklaburi" title="downhill sanklaburi" /></a>
</p>
<p></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-234" title="kao lam" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/kao-lam-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Unseen Thailand วัดใต้บาดาล</p>
<p>Unseen Thailand ภาพของ วัดใต้บาดาล หรือ วิหารจมน้ำ คงจะเป็นหนึ่งในภาพที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ และ ตามมาด้วยคำถามมากมาย ว่าวัดนี้อยู่ที่ใหน จังหวัดอะไร และ ไปอยู่ใต้น้ำได้อย่างไร ตามผมมาครับเดี๋ยวผมจะพาไปสำรวจให้เราได้รู้จักวัดแห่งนี้กันมากขึ้นครับ วัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ตั้งอยู่ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เดิมทีวัดแห่งนี้มีสถานะเพียงแค่สำนักสงฆ์ ในบริเวณวัดมีเพียงแค่กุฎิ และ ศาลาเท่านั้น แต่เนื่องจากสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระที่ชาวบ้านนับถือเป็นอย่างมาก จนได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าของชาวมอญ พระรูปนั้นก็ คือ หลวงพ่ออุตตมะ ท่านจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ถึงจะเป็นเพียงแค่สำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านทุกๆคนต่างพากันเรียกสำนักสงฆ์แห่งนี้ว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 กรมการศาสนาได้ยกระดับสถานะของสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นเป็นวัด และ ให้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ตามชื่อเดิมของอำเภอ คือ อำเภอ วังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะเป็น ตำบลวังกะ และ อำเภอสังขละบุรีเมื่อในปี  พ.ศ. 2508</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินสูงตรงจุดที่เรียกกันว่า “สามสบ” คือ จุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำรันตี และ แม่น้ำบีคลี่ ได้ไหลมาบรรจบกัน และ ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแควน้อย แต่ด้วยชื่อที่พ้องเสียงกับ คำที่ฟังดูไม่ค่อยจะเป็นมงคลสักเท่าไหร่ เค้าก็เลยเปลี่ยนชื่อจาก “สามสบ” มาเป็น “สามประสบ”  ต่อมาเมื่อในปี พ.ศ. 2527 ได้มีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ ที่คนทั่วๆไปเรียกกันว่าเขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำท่วมอำเภอสังขละบุรีเดิมรวมถึงวัดวังก์วิเวการาม(หลังเก่า) ต่อมาหลวงพ่ออุตมะท่านจึงได้ย้ายวัดขึ้นไปสร้างอยู่บนเนินเขา และ ท่านก็ได้สร้างเจดีย์พุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย ไว้ที่วัดวังก์วิเวการามแห่งใหม่นี้ด้วย  ซึ่งภายในเจดีย์พุทธคยาแห่งนี้ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ “กระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา” ซึ่งมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารไว้ในเจดีย์พุทธคยาแห่งนี้ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะกันอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/the-old-temple2.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-239" title="the old temple2" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/the-old-temple2-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>วัดหลังเดิมหลังจากที่ถูกน้ำท่วมจนกลายเป็นวัดใต้บาดาล แทนที่จะหมดความสำคัญ หรือ สูญหายไปจากความทรงจำของประชาชน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากของอำเภอสังขละบุรี หรือ แม้กระทั่งของจังหวัดกาญจนบุรีเลยก็ว่าได้ สังเกตได้จากในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมวัดใต้บาดาลแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เสน่ห์ของวัดใต้บาดาลแห่งนี้มีให้เราได้เห็นในทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้า สาย บ่าย เย็น น้ำขึ้น น้ำลง ฤดูร้อน ฤดูฝน หรือ ฤดูหนาว เพราะในทุกๆช่วงเวลาที่วัดใต้บาดาลแห่งนี้ เราจะได้เห็นมุมมองที่สวยงามแตกต่างกันไป  ถ้าใครได้ไปเที่ยวในช่วงฤดูที่น้ำขึ้นสูง คือ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือน กุมภาพันธ์ เราจะเห็นภาพของพระอุโบสถที่จมอยู่ใต้น้ำเกือบจะทั้งหลัง ในปีที่มีปริมาณน้ำมากเราอาจจะเห็นเพียงแค่เสาธงที่เค้าปักไว้เป็นสัญลักษณ์ให้เราได้รู้ว่าวัดบาดาลตั้งอยู่ ณ จุดนี้ แต่ถ้าใครไปเที่ยวในช่วงที่น้ำแห้ง คือ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ไปถึง เดือนสิงหาคม เราอาจจะมองเห็นพระอุโบสถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาแค่ครึ่งหลัง แต่ถ้าเป็นปีไหนที่น้ำแห้งมากๆเราสามารถที่จะเดินขึ้นไปไหว้พระในพระอุโบสถหลังเดิมกันได้เลยครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราพูดถึงวัดใต้บาดาลกันแล้ว ที่นี้เรามาพูดกันถึงสถานที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจไม่แพ้วัดใต้บาดาลสถานที่นั้นก็ คือ “ สะพานมอญ ” หรือ “ สะพานอุตตมานุสรณ์ ” สะพานแห่งนี้เป็นสะพานไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมี คือ มีความยาวถึง 442 เมตร แต่บางคนอาจจะบอกว่าสะพานนี้มีความยาวถึง 850 เมตร เพราะเค้าได้รวมความยาวของสะพานเหล็กที่ทางเทศบาลได้สร้างเชื่อมต่อกับสะพานไม้แห่งนี้ด้วยครับ  สะพานมอญสร้างขึ้นด้วยการร่วมแรงร่วมใจของ ชาวไทย และ ชาวมอญ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 ปี สะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำซองกาเลียจากฝั่งอำเภอสังขละบุรี ไปสู่ฝั่งหมู่บ้านมอญ ในสมัยก่อนการเดินทางจากอำเภอสังขละบุรี เพื่อที่จะข้ามไปฝั่งหมู่บ้านมอญเราจะต้องเดินอ้อมภูเขาสูงเป็นระยะทาง 6-7 กิโลเมตร ต่อมาหลวงพ่ออุตตมะท่านได้มีดำริให้สร้างสะพานแห่งนี้เพื่อที่จะเชื่อมระหว่างตัวอำเภอสังขละบุรี และ หมู่บ้านมอญให้ชาวบ้านไปมาหาสู่กันได้สะดวกสบายมากขึ้น สะพานแห่งนี้นอกจากจะทำให้การเดินทางระหว่างอำเภอสังขละบุรี ไปหมู่บ้านมอญได้สะดวกแล้ว ที่นี่นับได้ว่าเป็นจุดชมวิวของทะเลสาปเขื่อนเขาแหลมที่มีความสวยงามมากๆอีกแห่งหนึ่งเลยครับ</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/foggy-wooden-bridge.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-233" title="foggy wooden bridge" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/foggy-wooden-bridge-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>การมาเที่ยวที่อำเภอสังขละบุรีแห่งนี้นอกจากที่เราจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรให้เราได้ดูกันแล้ว เรายังจะได้เห็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวมอญที่มีความงดงามไม่แพ้กันอีกด้วยครับ ชาวมอญที่อาศัยอยู่ที่นี่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี และ วัฒนธรรมพื้นบ้านของพวกเค้าไว้ได้อย่างดีซึ่งยังมีให้เราเห็นอยู่ถึงในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการใส่บาตรในตอนเช้าแบบมอญ ในตอนเช้าๆเราจะเห็นมีผู้คนมากมายมารอใส่บาตรกันเป็นทิวแถว แต่การใส่บาตรที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ว่าชาวมอญนิยมที่จะนำตะเกียงเล็กๆมาใส่บาตรด้วย การใส่บาตรด้วยตะเกียงเป็นความเชื่อของชาวมอญที่เชื่อกันว่าแสงจากตะเกียงจะช่วยส่องแสงสว่างให้กับชีวิต ซึ่งพระสงฆ์แถวนั้นท่านก็ได้นำตะเกียงเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์กันจริงๆ เนื่องจากพื้นที่แถวนั้นยังกันดารอยู่มาก วัดบางวัดไฟฟ้ายังอาจจะเข้าไม่ถึง พระสงฆ์ท่านจึงต้องใช้ตะเกียงเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเดินทางไปสังขละบุรี เราสามารถจะไปกันได้สองวิธี คือ ทางรถยนต์  และ ทางเรือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเดินทางทางรถยนต์เมื่อเราเดินทางมาถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรีแล้วเมื่อวิ่งมาถึงแยกแก่งเสี้ยน</p>
<p>ให้วิ่งไปทางอำเภอทองผาภูมิ โดยเส้นทางนี้จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำกระแซ น้ำตกไทรโยคน้อย และ น้ำตกโทรโยคใหญ่ เมื่อวิ่งมาถึงสามแยกก่อนเข้าอำเภอทองผาภูมิ จะมีป้ายเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี  ให้เราเลี้ยวขวาที่สามแยกนี้ แต่ตรงนี้ต้องขอเตือนสำหรับคนที่ยังไม่เคยมาเส้นทางนี้ว่าจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเส้<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/downhill-sanklaburi.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-242" title="downhill sanklaburi" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/12/downhill-sanklaburi-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a>นทางนี้เป็นทางภูเขาที่มีความคดเคี้ยวและลาดชันมาก ๆ แต่ก็เป็นเส้นทางที่สวยงามมากเช่นกันครับ เพราะเมื่อเราวิ่งจนถึงน้ำตกเกริงกาเวียจากนั้นไปเราจะวิ่งเลาะริมทะเลสาปเขื่อนเขาแหลมไปตลอดทาง ในระหว่างทางเราจะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำรันตี ที่จุดนี้ในช่วงนี้น้ำขึ้นสูงต้องขอบอกว่าสวยงามจนทำให้อดใจที่จะหยุดรถกลางสะพานไม่ได้จริงๆครับ จากนั้นเราก็วิ่งมาเรื่อยๆจนถึงสามแยกที่ป้ายจะบอกว่าเลี้ยวขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ ให้วิ่งตรงไป จากสามแยกนี้อีก 7 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภอสังขละบุรีแล้วล่ะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนการเดินทางทางเรือ เราต้องลากเรือไปลงที่ ท่าแพ วิ่งเลยหน้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ไปประมาณ 10 กิโลเมตร ให้สังเกตจะมีป้าย ท่าแพ หรือ แพอังคนา ให้เลี้ยวเข้าไปที่นั่นเลย ที่นี่เค้าไม่คิดค่าเอาเรือขึ้นลง แต่จะคิดค่าฝากรถ 50 บาท และ 100 บาท  จากที่นี่เราจะใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ถึง1 ชั่วโมงครับ การขับเรือที่เขื่อนเขาแหลมนั้นผมต้องขอเตือนให้ทุกท่านต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือเป็นอย่างมากนะครับ และ ถ้าเป็นไปได้ควรจะมีคนที่รู้จักร่องน้ำแถวนั้นไปด้วยนะครับ เพราะถึงแม้ว่าตอไม้จะผุ และ ถูกตัดทิ้งไปเป็นจำนวนมากแล้ว แต่ก็ยังคงเหลืออีกเป็นจำนวนมากเช่นกันครับ ดังนั้นการขับเรือแถวนั้นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเป็นอย่างมาก และ สิ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางเส้นทางนี้ก็คือ เสื้อชูชีพ และ GPS ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าใครมีเวลาลองหาโอกาสไปเที่ยวที่นี่สังขละบุรีดูสักครั้งแล้วคุณจะรู้ว่าเมืองไทยของเรายังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายเลยครับ</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/231/articles/unseen-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดน้ำคลองต้นเข็ม (ดำเนินสะดวก)</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2011 04:00:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=223</guid>
		<description><![CDATA[ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ถ้าเราพูดถึงชื่อตลาดน้ำคลองต้นเข็ม หลายคนอาจจะงงว่า ตลาดนี้อยู่ที่ใหน ชื่อไม่คุ้นเลย แต่ถ้าเราพูดว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวกรับรองได้ว่าทุกคนจะรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี ตลาดน้ำดำเนินสะดวกถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก ชื่อเสียงของตลาดน้ำดำเนินสะดวกนั้นไม่เพียงแต่แค่ในประเทศไทยของเราเท่านั้น แต่โด่งดังไปทั่วโลกดูได้จากมีภาพยนต์จากต่างประเทศมากมายที่เคยมาถ่ายทำที่นี่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวกนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 80 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น คลองดำเนินสะดวกมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ได้ถูกขุดขึ้นเมื่อราวๆปี 2409 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้ขุดคลองดำเนินสะดวกขึ้น เพื่อที่จะเชื่อมแม่น้ำแม่กลองที่บางนกแขวก กับ แม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำบางยางเข้าหากัน เพื่อที่จะให้ชาวบ้านในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และ สมุทรสงคราม สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวกมากขึ้น &#160; ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ได้เปิดตัวในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อปี 2510 หรือ 40 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง ภาพของตลาดน้ำดำเนินสะดวกที่ทั่วโลกรู้จักก็คือภาพของตลาดลอยน้ำที่เต็มไปด้วยเรือพายลำเล็กๆ บรรทุกผลไม้ และ ของกิน ของใช้โดยมีพ่อค้าแม่ค้าแต่งตัวแบบชาวสวนคือเสื้อสีน้ำเงินเข้มๆ กับหมวกงอบใบลาน พายเรือซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจอยู่ 3 แบบ คือ ความภูมิใจ ความเศร้าใจ และ ก็หดหู่ใจ ความภูมิใจที่เกิดขึ้นเกิดจากภาพที่ได้เห็นว่า ศิลปะ และ วัฒนธรรมไทยของเราที่มีมาแต่โบราณยังคงเหลือให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ชื่นชมถึงในปัจจุบัน<a href="http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010785.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-227" title="Dam nern Sa Duak" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010785-300x210.jpg" alt="" width="300" height="210" /></a>ตลาดน้ำดำเนินสะดวก</p>
<p>ถ้าเราพูดถึงชื่อตลาดน้ำคลองต้นเข็ม หลายคนอาจจะงงว่า ตลาดนี้อยู่ที่ใหน ชื่อไม่คุ้นเลย แต่ถ้าเราพูดว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวกรับรองได้ว่าทุกคนจะรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี ตลาดน้ำดำเนินสะดวกถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก ชื่อเสียงของตลาดน้ำดำเนินสะดวกนั้นไม่เพียงแต่แค่ในประเทศไทยของเราเท่านั้น แต่โด่งดังไปทั่วโลกดูได้จากมีภาพยนต์จากต่างประเทศมากมายที่เคยมาถ่ายทำที่นี่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวกนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 80 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น คลองดำเนินสะดวกมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ได้ถูกขุดขึ้นเมื่อราวๆปี 2409 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้ขุดคลองดำเนินสะดวกขึ้น เพื่อที่จะเชื่อมแม่น้ำแม่กลองที่บางนกแขวก กับ แม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำบางยางเข้าหากัน เพื่อที่จะให้ชาวบ้านในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และ สมุทรสงคราม สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวกมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ได้เปิดตัวในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อปี 2510 หรือ 40 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง ภาพของตลาดน้ำดำเนินสะดวกที่ทั่วโลกรู้จักก็คือภาพของตลาดลอยน้ำที่เต็มไปด้วยเรือพายลำเล็กๆ บรรทุกผลไม้ และ ของกิน ของใช้โดยมีพ่อค้าแม่ค้าแต่งตัวแบบชาวสวนคือเสื้อสีน้ำเงินเข้มๆ กับหมวกงอบใบลาน พายเรือซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010869.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-224" title="floating market " src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010869-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจอยู่ 3 แบบ คือ ความภูมิใจ ความเศร้าใจ และ ก็หดหู่ใจ ความภูมิใจที่เกิดขึ้นเกิดจากภาพที่ได้เห็นว่า ศิลปะ และ วัฒนธรรมไทยของเราที่มีมาแต่โบราณยังคงเหลือให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ชื่นชมถึงในปัจจุบัน ไปถึงตลาดดำเนินสะดวกทั้งที ถ้าไม่นั่งเรือเข้าไปเที่ยวชมเตาน้ำตาลก็เหมือนมาไม่ถึงช่วงที่เรือออกจากท่าตอนแรกก็ยังรู้สึกดี เพราะว่าสภาพของน้ำในคลองดำเนินสะดวกดีกว่าแต่ก่อนมากถึงจะยังมีขยะลอยให้เห็นอยู่บ้างแต่น้ำก็ไม่ได้เน่าเสียเหมือนสมัยช่วงนึง น้ำในคลองก็ใสพอที่จะมองเห็นสาหร่ายหางกระรอกที่มีอยู่มากมาย แต่พอเรือเริ่มเข้าสู่คลองที่จะไปเตาน้ำตาลความรู้สึกแรกที่ผมได้เห็นคือรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก จากในอดีตที่เราเคยนั่งเรือผ่านร่องสวนมะพร้าว รับรู้ถึงความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ในวันนี้มันกลายเป็นร้านค้าที่ปลูกล้ำเข้ามาในคลองเต็มตลอดสองฝั่ง จากที่พ่อค้าแม่ค้าเคยเอาผลหมากรากไม้ที่ปลูกเองในสวนมาวางขายกลายเป็นมาเปิดแผงขายของก๊อปปี้ ขายของชำกันเต็มไปหมด ส่วนความรู้สึก หดหู่ใจก็เพราะว่า ตอนที่ผมไปถึงที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกประมาณบ่าย 2 โมง ที่นี่ตอนนี้แถบจะไม่มีคนเดินเลย บางมุมร้านค้าปิดร้านเรือหลายๆลำถูกจอดเอาไว้บนคาน ในระหว่างที่นั่งเรือเพื่อที่จะไปที่เตาน้ำตาลผมได้สอบถามจากคุณป้าที่พายเรือให้ผม ว่าทำไมคนถึงน้อยลงไปขนาดนี้ หรือ เป็นเพราะว่าตลาดวายแล้ว คุณป้าได้บอกกับผมว่า ตลาดวายก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนน้อยลงเพราะปกติแล้วตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นตลาดเช้านักท่องเที่ยวจะเยอะมากในช่วงเช้า แต่ในช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวก็จะน้อยลง แต่ที่ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยที่จะนิยมมาเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกก็เพราะว่า ตอนนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายอยู่ใกล้ๆกับตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่ดึงนักท่องเที่ยวไป เช่น อัมพวา ตลาดน้ำท่าคา และ ที่อื่นๆอีกหลายแห่ง และ อีกส่วนก็เกิดจากแม่ค้าเองที่ตั้งราคาสินค้าไว้ค่อนข้างสูงเพื่อขายให้ชาวต่างชาติ และ ก็ไม่ง้อลูกค้าคนไทยสักเท่าไหร่ ก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นกันหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010817.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-226" title="coconut boat" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010817-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>ระหว่างที่นั่งอยู่บนเรือต่อไปนั้น ผมสังเกตุเห็นมีคลองขุดใหม่ขึ้นมาคลองนึง เลยถามคุณป้าว่าคลองนี้เป็นคลองอะไร คุณป้าเลยเล่าให้ฟังว่าตอนนี้เจ้าของตลาดกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ของตลาด และ มีการขุดคลองขึ้นมาใหม่ และ จะมีการจัดระเบียบของตลาดกันใหม่ทั้งหมด โดยด้านบนตลิ่งจะเป็นร้านขายของ ส่วนในคลองก็จะเป็นที่ให้พ่อค้าแม่ค้า พายเรือขาย  และ ก็จะบังคับให้เรือวิ่งทางเดียวเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่ค้า และ นักท่องเที่ยว หลังจากที่ได้ฟังคุณป้าเล่าให้ฟังแล้ว ผมรู้สึกดีใจที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกจะได้รับการพัฒนา และ ฟื้นฟู ให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกอยากจะมาเที่ยว อยากจะมาเห็น มาชื่นชมกับวัฒนธรรมที่สวยงามของพวกเราชาวไทย แต่ก็ยังแอบอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะไม่ว่าสถานที่จะถูกพัฒนาให้ดีแค่ใหน แต่ถ้าคนในพื้นที่ยังขาดจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ก็คงจะไม่สามารถที่จะสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวได้ และ ก็จะเหลือแค่เพียงแค่คำบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ว่าบ้านเราเคยมีตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก</p>
<p>มาถึงตรงนี้ต้องขอบอกว่าช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันรักษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ วัฒนธรรมที่สวยงามของเราชาวไทย ให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยของเราไปนานๆ</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010870.jpg" ><img class="aligncenter size-full wp-image-225" title="banana and sweet boat" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/11/P1010870.jpg" alt="" width="690" height="518" /></a></p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/223/articles/floatingmarket/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>History Of Bassboat</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 00:44:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนอาจจะรู้จักว่า Bassboat เป็นเรือที่ใช้สำหรับตกปลา และ ก็เป็นเรือที่มีสมรรถนะสูง หรือ High Performance Boat แต่จะมีสักกี่คนรู้ที่มาที่ไปของ Bassboat ว่าเป็นมาอย่างไร พัฒนาจนมาเป็น Bassboat ได้อย่างไร และ ทำไมถึงใช้คำว่า Bassboat &#160; เรามาเริ่มกันด้วยชื่อของ Bassboat กันก่อนดีกว่าก่อนที่ล้วงลึกไปดูที่มาที่ไปของ Bassboat, Bass จริงๆแล้วเป็นชื่อของปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งซึ่งมีหลายสายพันธ์ แต่ที่เราได้ยินกันบ่อยๆอย่างเช่น Small Mouth Bass และ ก็ Large Mouth Bass แต่โดยรวมๆแล้วฝรั่งเค้าจัดให้ปลาสายพันธ์นี้เป็น Game Fish คือ ปลาที่ตกกันเป็นเกมส์กีฬา ปลา Bass เป็นปลาล่าเหยื่อที่ปราดเปรียว และ สู้อย่างไม่คิดชีวิต ถ้าเปรียบเทียบกับปลาในบ้านเราก็คงต้องเปรียบเทียบกับปลาชะโด ดังนั้น Bass Fishing ถึงเป็นกีฬาที่ฝรั่งเค้านิยมกันมากๆครับ &#160; เที่ยวนี้เรามาพูดกันถึงตำนานของ Bassboat กันบ้างดีกว่า Bassboat ลำแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี<a href="http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจจะรู้จักว่า Bassboat เป็นเรือที่ใช้สำหรับตกปลา และ ก็เป็นเรือที่มีสมรรถนะสูง หรือ High Performance Boat แต่จะมีสักกี่คนรู้ที่มาที่ไปของ Bassboat ว่าเป็นมาอย่างไร พัฒนาจนมาเป็น Bassboat ได้อย่างไร และ ทำไมถึงใช้คำว่า Bassboat</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามาเริ่มกันด้วยชื่อของ Bassboat กันก่อนดีกว่าก่อนที่ล้วงลึกไปดูที่มาที่ไปของ Bassboat, Bass จริงๆแล้วเป็นชื่อของปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งซึ่งมีหลายสายพันธ์ แต่ที่เราได้ยินกันบ่อยๆอย่างเช่น Small Mouth Bass และ ก็ Large Mouth Bass แต่โดยรวมๆแล้วฝรั่งเค้าจัดให้ปลาสายพันธ์นี้เป็น Game Fish คือ ปลาที่ตกกันเป็นเกมส์กีฬา ปลา Bass เป็นปลาล่าเหยื่อที่ปราดเปรียว และ สู้อย่างไม่คิดชีวิต ถ้าเปรียบเทียบกับปลาในบ้านเราก็คงต้องเปรียบเทียบกับปลาชะโด ดังนั้น Bass Fishing ถึงเป็นกีฬาที่ฝรั่งเค้านิยมกันมากๆครับ<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/largemouth.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-210" title="largemouth" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/largemouth-300x147.jpg" alt="" width="300" height="147" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เที่ยวนี้เรามาพูดกันถึงตำนานของ Bassboat กันบ้างดีกว่า Bassboat ลำแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี คศ 1948 ทางตะวันออกของมลรัฐ Texas สหรัฐอเมริกาโดย Mr. Holmes Thurmond, Holmes เป็นคนที่ชื่อชอบในกีฬาตกปลาเป็นอย่างมาก เค้าพยายามมองหาเรืออยู่หลายลำแต่ก็ไม่มีลำใหนถูกใจเค้าเลย เนื่องจากเรือที่ได้รับความนิยมมากๆในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรือท้องแบน เค้าเลยเริ่มมีความคิดที่จะสร้างเรือขึ้นมาเอง</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/1st-design-of-skeeter.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-207" title="1st design of skeeter" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/1st-design-of-skeeter-300x179.jpg" alt="" width="300" height="179" /></a></p>
<p>จากคำบอกเล่าของหลานปู่ของ Mr. Holmes ได้เล่าให้เราฟังว่า ในวันที่ลมแรงมากๆวันนึงเค้าได้ออกไปตกปลากับปู่ของเค้าในเรือท้องแบนซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมี Trolling Motor เรือของเค้าได้ถูกลมพัดไปพัดมา ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ปู่ของเค้าได้เกิดความคิดถึงท้องเรือที่จะทำให้เรือของเค้าไม่ต้องถูกลมพัดไปพัดมาอย่างที่เคยเป็น คือ ขยาย ส่วนท้องเรือให้กว้างขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ และ ให้ส่วนด้านบนค่อยทำมุมหุบเข้าเล็กน้อย ผลปรากฎว่านอกจากเรือจะไม่ถูกลมพัดไปพัดมาแล้ว ยังทำให้เรือไม่โคลงอีกด้วย หลังจากนั้น Mr. Holmes ได้พัฒนารูปลักษณ์ของเรือไปเรื่อยๆ โดยการค่อยๆตัดส่วนหัวของเรือให้เพรียวขึ้น และ ทำให้กาบเรือเตี้ยลง จนเรือของเค้าได้ฉายาว่า Mosquito หรือ เจ้ายุงร้าย และ ต่อมาคนได้ตั้งชื่อเล่นให้กับเจ้า Mosquito เพื่อที่จะเรียกชื่อเรือลำนี้ให้สั้นลง และ ง่ายขึ้นว่า Skeeter  และ นั่นถือเป็นว่าเป็นจุดกำเนิดของ Bassboat และ Bassboat ลำแรกของโลกก็คือ SKEETER BASSBOAT นั่นเองครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน Kenzie Baird<a href="../wp-content/uploads/2011/10/N189SPT07_BMT_09_700.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-211" title="bassboat" src="../wp-content/uploads/2011/10/N189SPT07_BMT_09_700-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a> วิศวรกรการบินจาก California ซึ่งผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำ Fiberglass ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่มลรัฐ Arkansas ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของเรือ Bassboat เลยก็ว่าได้ เค้าได้เห็นเรือหลายๆลำจากที่นี่ ด้วยความที่เค้าเคยสร้างเรือจาก Fiberglass สมัยที่เค้าอยู่ที่ San Diego, California เค้าจึงมีความคิดที่จะสร้างเรือ Bassboat ด้วย Fiberglass และ นั่นก็ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นการสร้าง Bassboat ด้วย Fiberglass เป็นครั้งแรกในโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงแรกของการทำเรือของ Kenzie Baird ด้วยความที่เค้ามาจาก California ซึ่งอยู่ติดกับทะเล เค้าเลยถนัดที่จะสร้างเรือสำหรับวิ่งในทะเล แต่ต่อมาเค้าได้พัฒนาท้องเรือจากที่เป็น Flat Bottom เป็น Round Bottom และ หลังจากนั้นเค้าได้เพิ่ม Spray Rail การเพิ่ม Spray Rail เข้าไปที่ท้องเรือทำให้ท้องเรือของเค้ากว้างขึ้นกว่าเดิม และ ด้วยผลของ Spray Rail ที่ทำให้เรือกว้างขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรือมีความเสถียรมากขึ้นกว่าเดิม และ แถมยังทำให้เรือขึ้นน้ำได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย Kenzie Baird ได้กล่าวไว้ว่า ในการทำเรือเราจะต้องยอมเสียสละอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ เช่น ถ้าคุณต้องการเรือที่สามารถสู้คลื่นได้ดี คุณก็ต้องยอมเสียสละความเร็ว ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณต้องการความเร็ว คุณก็ต้องยอมเสียสละสมรรถนะในการสู้คลื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากเรือตกปลา สู่ Bassboat</p>
<p>ในช่วงแรกๆ เรือที่ใช้ในการตกปลาเค้าก็เรียกกันว่าเรือตกปลาเฉยๆ ไม่ได้มีคำเฉพาะใดๆ แต่ด้วยความที่นักตกปลาต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้เพิ่มขึ้นในเรือของเค้า ก็ได้มีการพัฒนากันขึ้นเรื่อยๆ จากเริ่มต้นที่เรือตกปลาเป็นเรือที่บังคับโดยการถือหางเหมือนเครื่องเล็กๆในสมัยนี้ ผู้ผลิตเครื่องยนต์เรือได้ผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแรงม้าสูงขึ้น ทำให้เริ่มมีการเพิ่ม Console เข้ามาในเรือเพื่อที่จะให้บังคับเรือได้ง่ายขึ้น และ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทำให้ เรือตกปลา กลายเป็น Bassboat ถึงในปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของ Bassboat ก็คือความเร็ว สำหรับเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับ Paul Allison และ Darris Allison ด้วยความที่เค้าเ<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/paul-allison-1960.jpg" ><img class="size-medium wp-image-212 alignright" title="paul allison 1960" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/paul-allison-1960-300x206.jpg" alt="" width="300" height="206" /></a>ป็นคนชอบความเร็ว พอวันหยุดสองพ่อลูกชอบที่จะเอาเรือไปแข่งกับเพื่อนๆของเค้า ในช่วงต้นของยุค 1950 ซึ่งในขณะนั้น Darris เพิ่งจะมีอายุได้เพียง 8 ขวบ Paul ได้ไปพบเรือไม้ผุๆขนาด 13 ฟุตจอดอยู่ลำนึง ด้วยความที่มันเก่า และ ผุจนสามารถที่จะเห็นอีกข้างนึงได้เลย Paul ได้แยกชิ้นส่วนของเรือออกมาทั้งหมดแล้วเริ่มทำการปรับปรุงส่วนต่างๆของเรือ รวมถึงการออกแบบท้องเรือเพิ่มเติมเสร็จแล้วเค้าได้ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าไปใหม่ และ ได้ลองเอาเครื่อง Johnson 25 แรงม้ามาแขวนแล้ววิ่งทดสอบ ผลปรากฎว่าเจ้าเรือทำเล็กของเค้าทำความเร็วได้ถึง 43 MPH ซึ่งในสมัยนั้นยากที่จะหาเรือจากค่ายใหนมาแข่งกับเรือของตระกูล Allison ได้ ทางคณะกรรมการ การแข่งขันเลยออกกฎใหม่ว่า เรื่อที่จะสามารถนำมาแข่งได้ต้องเป็นเรือ Fiberglass เท่านั้น แต่ก่อนที่ Allison จะเลิกสร้างเรือไม้ เค้าได้สร้างประวัติศาตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเรือด้วยการเอาเครื่องยนต์ Mercury 80 แรงมามาแขวนกับเรือของเค้า และ สร้างประวัติศาตร์ของเรือท่องเที่ยวที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 60 MPH เป็นลำแรกของโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากที่เค้าโดนสั่งห้ามแข่งด้วยเรือ ด้วยเรือไม้ของเค้า Paul Allison เลยพัฒนาเรือของเค้าด้วย Fiberglass แต่ด้วยความที่เป็นคนที่รักความเร็ว เค้าก็อดไม่ได้ที่จะออกแบบเรือของเค้าให้ทำความเร็วได้สูง ในเวลานั้น Darris ลูกชายของ Paul ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบท้องเรือกับคุณพ่อของเค้าด้วย เค้าได้ทดลองเอาเรือท้องแบน มาใส่ขาสกีเพิ่มที่ท้องเรือ และ สร้างส่วนหัวให้เป็น V ตื้นๆ ประมาณ 15 องศา หลังจากเค้าได้สร้างเรือต้นแบบเสร็จเค้าได้เอาไปทดลองผลปรากฎว่า เรือของเค้าวิ่งได้ดีกว่าเรือที่มีท้องแบนทั่วๆไป และ แถมยังสามารถที่จะสู้กับคลื่นดีกว่าอีกด้วย และ ด้วยดีไซน์ใหม่ของ Allison ทำให้เรือของ Allison ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความเร็ว</p>
<p>ต่อมา Darris ลูกชายของ Paul Allison เค้ามีความคิดที่อยากจะสร้างเรือในทิศทางของเค้าเอง ด้วยวัยเพียง 14 ปี เค้าได้สร้างบริษัทของเค้าเอง และ หลังจากที่เค้าได้รับเงินคืนภาษี เค้าได้เริ่มธุรกิจเรือของเค้าอย่างเต็มตัวด้วยวัยเพียง 15 ปี เค้าเริ่มจากเอาเรือไม้ลำเก่าของพ่อเค้ามาต่อเติมส่วน Desk ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีเรือBassboat เท่าไหร่นัก แล้วเค้าก็เริ่มที่จะเอาโมลด์เรือของพ่อเค้ามาแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ และ ด้วยจากประสบการณ์ของพ่อเค้าที่เป็นนักแข่งเรือมาก่อน ทำให้ Darris ได้เรียนรู้ว่าการยกเครื่องขึ้นสูงจะทำให้เรือวิ่งได้เร็วขึ้น เค้าเลยสร้าง Jackplate ขึ้นมาติดที่ท้ายเรือของเค้าเพื่อที่จะยกท้ายเรือของเค้าให้สูงขึ้นทำให้เค้าสามารถที่จะแขวนเครื่องได้สูงขึ้น  และ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Jackplate และ ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ของวงการเรือ Bassboat  เลยก็ว่าได้</p>
<p>ในช่วงระหว่างปี 1960-1970 Darris ได้ทดลองปรับองศาท้ายเรือของเค้าอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะทำให้เรือของเค้าวิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิม เค้าลองผิดลองถูกอยู่นาน จนมาวันนึงเค้าได้สร้าง Bassboat ขนาด  17 ฟุต ขึ้นมาหนึ่งลำ เค้าแขวนเครื่อง Mercury 65 แรงม้า ในเวลานั้นเรือของเค้าสามารถวิ่งได้ที่ 50 MPH แต่เค้ายังไม่พอใจเค้าพยายามค้นหาสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทำให้เรือของเค้าวิ่งได้เร็วกว่านี้ และ เค้าก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเค้ายืดระยะของเครื่องออกไปด้านหลังมากขึ้นกว่าเดิมน้ำหนักของเครื่องก็จะไปถ่วงด้านหลังเหมือนถ้าเอาเด็กนั่งบนเลื่อยแบบ see<a href="../wp-content/uploads/2011/10/extreme_s.jpg"><img class="size-full wp-image-208 alignleft" title="extreme_s" src="../wp-content/uploads/2011/10/extreme_s.jpg" alt="" width="250" height="182" /></a>saw คือ ถ้าน้ำหนักไปถ่วงด้านหลังมากขึ้น ส่วนของหัวเรือก็จะเชิดสูงขึ้น เค้าเลยออกแบบ Offset jackplate หรือ Setback Jackplate ขึ้นมา โดยเริ่มต้นจากการสร้างด้วยเหล็ก เนื่องจากในขณะนั้นช่างเชื่อมที่เค้ามีอยู่ไม่สามารถที่จะเชื่อมอลูมิเนียมได้ ดังนั้น Offset  Jackplate ตัวแรกของเค้าสร้างขึ้นมาจากเหล็กล้วน หลังจากที่เค้าเอาเจ้า Offset Jackplate ไปติดกับเรือของเค้า ผลปรากฎว่า เจ้าเรือ 17 ฟุต ของเค้าที่แขวนเครื่อง Mercury 65 แรงม้า ทำความเร็วได้ถึง 62 MPH หลังจากที่เค้าประสบความสำเร็จกับ Jackplate เข้าเค้า Darris ได้คิดต่อไปว่าแทนที่เค้าจะสร้าง Jackplate เค้าน่าจะลองยืดส่วนของท้ายเรือของเค้าออกไปทั้งหมด เพื่อให้ส่วนของท้ายเรือทำหน้าที่แทน Jackplate แต่ผลปรากฎว่า เรือของเค้าวิ่งช้าลงไป 3 MPH และ ควบคุมได้ไม่ดีเท่าตอนที่เค้าใส่ Jackplate หลังจากนั้นเค้าก็เลยคิดทำ Offset Transom ก็คือทำให้เฉพาะส่วนที่แขวนเครื่องยื่นออกไปข้างหลังเพียงอย่างเดียว แทนที่จะขยับส่วนท้ายเรือออกไปทั้งหมด และ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Setback Transom ของเรือ Bassboat มาถึงปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาถึงตรงนี้เราก็คงได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาโดยสังเขปของ Bassboat รวมถึง Jackplate และ Setback Transom อย่างที่เราเห็นกันใน Bassboat แล้วนะครับ ไว้เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะมาเขียนถึงเทคนิคการขับเรือ Bassboat ให้ทราบกันนะครับ</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/206/articles/history-of-bassboat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>E10 แก๊สโซฮอลล์</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2011 01:58:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=199</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคที่น้ำมันเริ่มที่จะขึ้นราคาอีกครั้ง คำถามที่มักจะได้ยินบ่อยๆก็คือ เครื่องเรือเราสามารถที่จะใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอลล์ได้รึเปล่า และ จะเกิดผลเสียอะไรรึเปล่า จริงๆผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะปิดปรับปรุงเวป แก๊สโซฮอลล์ที่เราใช้กันในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอีกหลายขั้นแล้วเทียบกับตอนที่ผมเขียนเมื่อครั้งก่อนในตอนนั้นเรามีแค่ E10แต่ในปัจจุบัน มีทั้ง E10, E20, E85 แม้กระทั่ง E100 แต่ที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ E10 ครับ E10 คือ น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน 90 % และ แอลกอฮอลล์ 10% ตอนนี้น้ำมันที่ขายกันอยู่ในอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็น E10 และ ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้อ่านพบบทความ และ ข้อพิพาท รวมถึงการฟ้องร้องระหว่างเจ้าของเรือที่ใช้น้ำมัน E10 และ บริษัทน้ำมันมามากมายเช่นกัน แต่ก็ยังมีเรืออีกไม่น้อยเลยที่ไม่พบปัญหาใดๆจากการใช้น้ำมัน E10 ทีนี้เรามาดูกันว่าปัญหาที่เค้าพบกันมีอะไรกันบ้างนะครับ ด้วยความที่แอลกอฮอลล์เป็นสารละลาย จึงมีเรือไม่น้อยเลยที่พบกับปัญหาถังน้ำมันละลายโดยเฉพาะที่ก้นถัง และ  ระบบส่งน้ำมันเสียหาย  ช่วงแรกๆเค้าบอกว่าเป็นเฉพาะกับเรือรุ่นเก่าๆที่ใช้ถังน้ำมันเป็นพลาสติก หรือ ไฟเบอร์กล๊าส แต่มาในระยะหลัง แม้กระทั่งถังที่เป็นเหล็กก็มีปัญหาเช่นกัน อีกปัญหาที่พบกันบ่อยมากสำหรับผู้ที่ใช้ E10 ก็คือ มีน้ำผสมอยู่ในถังน้ำมัน และ จากการที่มีน้ำผสมอยู่ในน้ำมันเป็นจำนวนมาก ทำให้เครื่องยนต์เดินสะดุด<a href="http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่น้ำมันเริ่มที่จะขึ้นราคาอีกครั้ง คำถ<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/ethanol.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-203" title="ethanol" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/ethanol-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>ามที่มักจะได้ยินบ่อยๆก็คือ เครื่องเรือเราสามารถที่จะใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอลล์ได้รึเปล่า และ จะเกิดผลเสียอะไรรึเปล่า จริงๆผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะปิดปรับปรุงเวป แก๊สโซฮอลล์ที่เราใช้กันในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอีกหลายขั้นแล้วเทียบกับตอนที่ผมเขียนเมื่อครั้งก่อนในตอนนั้นเรามีแค่ E10แต่ในปัจจุบัน มีทั้ง E10, E20, E85 แม้กระทั่ง E100 แต่ที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ E10 ครับ</p>
<p>E10 คือ น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน 90 % และ แอลกอฮอลล์ 10%</p>
<p>ตอนนี้น้ำมันที่ขายกันอยู่ในอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็น E10 และ ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้อ่านพบบทความ และ ข้อพิพาท รวมถึงการฟ้องร้องระหว่างเจ้าของเรือที่ใช้น้ำมัน E10 และ บริษัทน้ำมันมามากมายเช่นกัน แต่ก็ยังมีเรืออีกไม่น้อยเลยที่ไม่พบปัญหาใดๆจากการใช้น้ำมัน E10 ทีนี้เรามาดูกันว่าปัญหาที่เค้าพบกันมีอะไรกันบ้างนะครับ ด้วยความที่แอลกอฮอลล์เป็นสารละลาย จึงมีเรือไม่น้อยเลยที่พบกับปัญหาถังน้ำมันละลายโดยเฉพาะที่ก้นถัง และ  ระบบส่งน้ำมันเสียหาย  ช่วงแรกๆเค้าบอกว่าเป็นเฉพาะกับเรือรุ่นเก่าๆที่ใช้ถังน้ำมันเป็นพลาสติก หรือ ไฟเบอร์กล๊าส แต่มาในระยะหลัง แม้กระทั่งถังที่เป็นเหล็กก็มีปัญหาเช่นกัน อีกปัญหาที่พบกันบ่อยมากสำหรับผู้ที่ใช้ E10 ก็คือ มีน้ำผสมอยู่ในถังน้ำมัน และ จากการที่มีน้ำผสมอยู่ในน้ำมันเป็นจำนวนมาก ทำให้เครื่องยนต์เดินสะดุด เสียกำลังอัด รวมไปถึงทำให้เครื่องยนต์น๊อคไปเลยก็มีไม่น้อย  ด้วยความที่แอลกอฮอลล์สามารถที่จะดูดความชื้น และ น้ำได้ดี แค่ช่วงเวลาที่เราเปิดฝาถังน้ำมันเพื่อเติมน้ำมัน แอลกอฮอลล์ก็สามารถที่จะดูดความชื้น และ น้ำจากอากาศเข้าไปในถังได้แล้ว ไม่รวมถึงรูหายใจของถังน้ำมันที่ถูกเปิดไว้ตลอดเวลา จากปัญหานี้มีไม่น้อยเลยที่เมื่อยกถังน้ำมันขึ้นจากเรือเมื่อเทออกมาจะพบน้ำอยู่มากมาย และ ด้วยความที่น้ำมีน้ำหนักมากกว่าน้ำมัน ทำให้น้ำนองอยู่ที่ก้นถัง และ เป็นสาเหตุที่ทำให้ถังน้ำมันรั่ว หรือ ผุ และ ด้วยความที่มีน้ำผสมอยู่กับในมัน กรองน้ำมันต้องทำงานอย่างหนักเป็นสาเหตุให้เราต้องเปลี่ยนกรองน้ำมันอยู่บ่อยๆ และ เมื่อมีน้ำผสมอยู่กับน้ำมัน ต่อให้เราจะใช้หัวเทียนรุ่นที่ดีที่สุดที่มีขายอยุ่ในโลกนี้ หัวเทียนก็ไม่สามารถที่จะจุดระเบิดกับน้ำได้ ทำให้เกิดอาการสะดุดของเครื่องยนต์ แรงม้าหายไปจากการเผาไหม้ได้ไม่ดี หรือ อาจจะทำให้เครื่องน๊อคไปได้เลย</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Corn-ethanol.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-201" title="Corn-ethanol" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Corn-ethanol-300x259.jpg" alt="" width="300" height="259" /></a></p>
<p>พูดมาถึงตรงนี้หลายๆคนคงจะคิดว่า E10 มันแย่แบบนี้แล้วทำไมรัฐบาล หลายๆประเทศถึงสนับสนุนให้ใช้อย่างกว้างขวาง จริงๆแล้ว E10 ก็ใช่จะมีแต่ข้อเสียนะครับ ข้อดีของ E10 ก็มีมากมาย เช่น ลดมลภาวะในอากาศเพราะ แอลกอฮอลล์เป็นพลังงานสะอาด ลดการใช้น้ำมันซึ่งนับวันยิ่งจะลดน้อยลง รวมไปถึงช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะวัตถุดิบหลักของการผลิตแอลกอฮอลล์ คือ อ้อย ข้าวโพด และ มันสำปะหลัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากที่เค้าสำรวจการใช้น้ำมัน E10 ผลสำรวจได้ออกมาว่า น้ำมัน E10 สามารถใช้ได้ดี กับ รถยนต์เกือบจะทุกประเภท และ ช่วยลดมลภาวะได้มหาศาล แต่พบปัญหามากมายเมื่อนำไปใช้กับเครื่องเรือ snow mobile และ เครื่องตัดหญ้า จนทำให้บริษัทผลิตเครื่องยนต์เรือ บริษัทผลิต snow mobile รวมถึง บริษัทผลิตเครื่องตัดหญ้า ได้ออกกฎออกมาว่าประกันจะขาดทันทีเมื่อมีการใช้น้ำมัน E10 ถือว่าเป็นโชคร้ายของพวกเราชาวเรือจริงๆที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าคนเล่นรถมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เที่ยวนี้เรามาดูกันต่อว่าถ้าในอนาคต เค้าเลิกผลิตน้ำมันเบนซินอ๊อกเทน 91 เหมือนที่เค้าเลิกผลิตน้ำมันเบนซินอ๊อกเทน 95 เราจะทำอย่างไร ตอนนี้ทีอเมริกามีผลิตภัณท์ตัวนึงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เจ้าสิ่งนั้นก็คือ  Fuel Stabilizer ครับ ตอนนี้เค้าออกมาสองรุ่น รุ่นแรกไว้ใช้กับน้ำมันอ๊อกเทน 91 และ อีกรุ่นสำหรับน้ำมัน E10 โดยเฉพาะครับ หลายๆคนคงสงสัยว่าน้ำมัน 91 ที่เราใช้กัน ใช้กันมาตั้งหลายปีดีดัก ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเรามองลึกลงไปเราจะเริ่มเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงแต่ว่ามันไม่หนักหนาสาหัสถึงขึ้นทำให้เครื่องยนต์พัง เราเลยไม่ได้ซีเรียสกับมันเท่าไหร่ ปกติแล้วน้ำมันที่ผสมโอโต้ลูปไม่ควรที่จะเก็บไว้นานนัก เพราะน้ำมันสามารถที่จะระเหยไปได้ ในขณะที่ออโต้ลูป หรือ น้ำมันเครื่องไม่ได้ระเหยตามไปด้วยดังนั้นบางครั้งเราจะเห็นได้ว่า น้ำมันที่ค้างอยู่ในถัง หรือ ขอบถังจะแปรสภาพกลายเป็นยางเหนียวๆ ซึ่งเจ้ายางตัวนี้นี่แหระที่จะทำให้เกิดปัญหา <a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/1921118C.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-202" title="Stabil Fuel Stabilizer" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/1921118C-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /></a>เพราะถ้าเกิดเจ้ายางตัวนี้ไปค้างอยู่ในระบบจ่ายน้ำมัน ก็จะทำให้เครื่องสตาร์ทติดได้ยาก ต้องวอร์มเครื่องกันนานมากๆก่อนที่จะออกเรือแต่ละครั้งเพื่อให้น้ำมันใหม่เข้าไปละลายเจ้ายางพวกนี้ บางรายก็อาจจะเจอว่ากรองน้ำมันอุดตันบ่อยต้องคอยเปลี่ยน หรือ ทำความสะอาดบ่อยๆ  แต่ถ้าเราเติม Fuel Stabilizer ลงไป Fuel Stabilizer จะทำหน้าที่รักษาสภาพน้ำมันของเราไม่ให้เปลี่ยนสภาพ และ ช่วยให้ระบบการส่งจ่ายน้ำมันสะอาดอยู่เสมอทีนี้อีกหน่อยเวลาเราลากเรือไปเล่นก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเครื่องจะสตาร์ทติดยากอีกต่อไปแล้วล่ะครับ ส่วนอีกตัวนึง เป็น Fuel Stabilizer ที่ออกแบบมาสำหรับ E10 โดยเฉพาะ โดยปกติแล้วน้ำมัน E10 จะมี Shelf Life อยู่แค่ 4-8 อาทิตย์ เพราะด้วยคุณสมบัติในการดูดความชื้น และ น้ำในอากาศ ยิ่งทิ้งไว้นานเท่าไหร่ก็จะมีน้ำเข้าไปผสมอยู่กับน้ำมันมากยิ่งขึ้น เจ้า Fuel Stabilizer ตัวนี้ก็จะเข้าไปช่วยทำให้ E10 คงสภาพเหมือนน้ำมันใหม่อยู่ตลอดเวลา ยืดอายุจาก 4-8 อาทิตย์ เป็น มากกว่า 50 อาทิตย์ หรือ ปีนึงเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยังช่วยลดความเป็นสารละลายของแอลกอฮอลล์ซึ่งเป็นต้นเหตุของการรั่วซึมของระบบจ่ายน้ำมันทำให้สายน้ำมัน และ อุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่มั้ยครับสำหรับ Fuel Stabilizer เสียดายที่เมืองไทยยังไม่มีใครเป็นตัวแทนจำหน่าย ถ้าจะใช้คงต้องฝากเพื่อนๆหิ้วมาให้จากอเมริกา หรือ ไม่ก็ต้องสั่งผ่านทาง Mail Order ไว้เดี๋ยวถ้าผมได้ลองเจ้า Fuel Stabilizer นี่เมื่อไหร่ เดี๋ยวจะเอามารายงานผลให้ทราบกันอีกทีนะครับ</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Celunol-Ethanol-Biomas-Process.gif" ><img class="aligncenter size-medium wp-image-200" title="Celunol-Ethanol-Biomas-Process" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Celunol-Ethanol-Biomas-Process-300x217.gif" alt="" width="300" height="217" /></a></p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/199/articles/ethanol/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการขับเรือ Bassboat</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2011 03:23:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[How to & DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=176</guid>
		<description><![CDATA[เทคนิค การขับเรือ Bassboat ถ้าย้อนหลังไป 5 ปีที่แล้วในเมืองไทยถ้าพูดถึง Bassboat แทบที่จะไม่มีคนรู้จักเลยว่าคือเรืออะไร  แต่ในปัจจุบันมีคนนำเข้าเรือ Bassboat มามากมาย และ  ก็มีคนใช้กันหลายคน  บางคนก็บอกว่า เรือประเภทนี้มีไว้สำหรับ ตกปลา เล่นตามเขื่อน ตามอ่างเก็บน้ำ หรือ ในแม่น้ำที่ไม่ค่อยมีคลื่น  ที่พูดมาทั้งหมดก็ถูกทั้งหมด แต่ก็ยังถือว่าถูกไม่หมดเรือประเภทก็ใช่ว่าจะเอาไปเล่นในที่มีคลื่นไม่ได้เลย ส่วนตัวผมเองผมเคยนำเรือประเภทนี้ออกทะเลอยู่เหมือนกัน คลื่น 2 เมตร ก็ยังสามารถที่ขับออกไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคของกัปตันแต่ล่ะคน ว่าจะประคองเรือสู้กับคลื่นลมได้อย่างไร &#160; Bassboat เป็นเรือที่มีความเสถียรมากๆ เราสามารถที่จะยืนส่วนใหนของเรือก็ได้โดยที่เรือจะไม่เอียง หรือ โคลงไปมา เพราะเป็นเรือที่เค้าออกแบบมาสำหรับนักตกปลาโดยเฉพาะเราสามารถที่จะยืนตีปลาได้จากทุกส่วนของตัวเรือโดยไม่ต้องกังวลว่าเรือจะโคลงทำให้เราเสียหลักจนพลัดตกจากเรือ อีกข้อนึงที่เป็นจุดเด่นของเรือประเภทนี้ คือ เป็นเรือที่สามารถทำความเร็วได้สูงถ้าเทียบกับเรือประเภทอื่นๆที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่าๆกัน และ มีอุปกรณ์เสริมอีกมากๆที่จะทำให้เรือสามารถที่จะทำความเร็วได้มากขึ้นไปอีก เราพูดถึงข้อดีของเรือประเภทนี้กันแล้วทีนี้เรามาดูกันที่ข้อด้อยของเรือประเภทนี้กันบ้าง  ซึ่งจริงๆแล้วจะพูดคำว่าข้อด้อยก็ไม่ค่อยจะถูกนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นข้อที่ทุกคนที่จะเล่นเรือประเภทนี้ต้องยอมรับตั้งแต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเรือประเภทนี้แล้ว คือ ไม่สามารถที่จะไปกันได้หลายคน ถ้าเทียบกับเรือขนาดเท่าๆกัน เรือประเภทนี้โดยส่วนใหญ่เค้าจะไม่ให้คนขึ้นไปมากกว่า 3 คน  เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยความที่เป็นเรือที่มีความเร็วสูง และ  มีกาบที่ต่ำ และ ด้วยกาบที่ต่ำทำให้คนคิดว่าไม่สามารถที่จะเล่นเรือประเภทนี้ในที่ๆมีคลื่นได้<a href="http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เทคนิค การขับเรือ Bassboat</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Smooth.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-174" title="Smooth" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Smooth-300x166.jpg" alt="" width="300" height="166" /></a></p>
<p>ถ้าย้อนหลังไป 5 ปีที่แล้วในเมืองไทยถ้าพูดถึง Bassboat แทบที่จะไม่มีคนรู้จักเลยว่าคือเรืออะไร  แต่ในปัจจุบันมีคนนำเข้าเรือ Bassboat มามากมาย และ  ก็มีคนใช้กันหลายคน  บางคนก็บอกว่า เรือประเภทนี้มีไว้สำหรับ ตกปลา เล่นตามเขื่อน ตามอ่างเก็บน้ำ หรือ ในแม่น้ำที่ไม่ค่อยมีคลื่น  ที่พูดมาทั้งหมดก็ถูกทั้งหมด แต่ก็ยังถือว่าถูกไม่หมดเรือประเภทก็ใช่ว่าจะเอาไปเล่นในที่มีคลื่นไม่ได้เลย ส่วนตัวผมเองผมเคยนำเรือประเภทนี้ออกทะเลอยู่เหมือนกัน คลื่น 2 เมตร ก็ยังสามารถที่ขับออกไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคของกัปตันแต่ล่ะคน ว่าจะประคองเรือสู้กับคลื่นลมได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Bassboat เป็นเรือที่มีความเสถียรมากๆ เราสามารถที่จะยืนส่วนใหนของเรือก็ได้โดยที่เรือจะไม่เอียง หรือ โคลงไปมา เพราะเป็นเรือที่เค้าออกแบบมาสำหรับนักตกปลาโดยเฉพาะเราสามารถที่จะยืนตีปลาได้จากทุกส่วนของตัวเรือโดยไม่ต้องกังวลว่าเรือจะโคลงทำให้เราเสียหลักจนพลัดตกจากเรือ อีกข้อนึงที่เป็นจุดเด่นของเรือประเภทนี้ คือ เป็นเรือที่สามารถทำความเร็วได้สูงถ้าเทียบกับเรือประเภทอื่นๆที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่าๆกัน และ มีอุปกรณ์เสริมอีกมากๆที่จะทำให้เรือสามารถที่จะทำความเร็วได้มากขึ้นไปอีก</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Cruise.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-175" title="Cruise" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Cruise-300x120.jpg" alt="" width="300" height="120" /></a></p>
<p>เราพูดถึงข้อดีของเรือประเภทนี้กันแล้วทีนี้เรามาดูกันที่ข้อด้อยของเรือประเภทนี้กันบ้าง  ซึ่งจริงๆแล้วจะพูดคำว่าข้อด้อยก็ไม่ค่อยจะถูกนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นข้อที่ทุกคนที่จะเล่นเรือประเภทนี้ต้องยอมรับตั้งแต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเรือประเภทนี้แล้ว คือ ไม่สามารถที่จะไปกันได้หลายคน ถ้าเทียบกับเรือขนาดเท่าๆกัน เรือประเภทนี้โดยส่วนใหญ่เค้าจะไม่ให้คนขึ้นไปมากกว่า 3 คน  เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยความที่เป็นเรือที่มีความเร็วสูง และ  มีกาบที่ต่ำ และ ด้วยกาบที่ต่ำทำให้คนคิดว่าไม่สามารถที่จะเล่นเรือประเภทนี้ในที่ๆมีคลื่นได้ อีกข้อนึงที่จัดว่าเป็นข้อด้อยก็คือ เป็นเรือที่ไม่สามารถที่จะติดตั้งหลังคากันแดดกันฝนได้ นอกจากนั้นผมยังไม่เห็นว่าเรือประเภทนี้มีข้อด้อยข้อใหนอีกเลยครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พูดเรื่องอื่นกันซะยืดยาวยังไปไม่ถึงเทคนิคการขับซะทีเทคนิคการขับเรือ Bassboat นั้นจริงๆไม่ได้มีอะไรมากมาย<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Rear-End.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-173" title="Rear End" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Rear-End-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>ไปกว่าการขับเรือประเภทอื่นๆเลยครับ แต่ด้วยการออกแบบท้องเรือที่ค่อนข้างจะกลม และ มีน้ำหนักอยู่ที่ท้ายมาก จึงทำให้เรือประเภทนี้อาจจะขึ้นน้ำได้ยากกว่าเรือประเภทอื่นนิดหน่อย แต่ถ้าคนที่ขับอยู่บ่อยๆก็อาจจะมีเทคนิคการบังคับเรือให้ขึ้นน้ำได้เร็วได้เช่นกัน วิธีการทำให้เรือ Bassboat ขึ้นน้ำได้เร็วนั้นไม่ต่างอะไรกับการบังคับเรือ 11 ฟุตให้ขึ้นน้ำได้เร็วเลยครับ ข้อแรกคือ ปรับทริมลงให้ต่ำที่สุด เพราะถ้ายกทริมขึ้น จะยิ่งทำให้เรือขึ้นน้ำได้ช้าเพราะหน้าจะยิ่งเชิดสูงขึ้น และ เมื่อเรือเริ่มออกตัวแล้วให้สังเกตคลื่นที่ซัดเข้ามา แล้วให้หันหัวเรือเข้าหาคลื่นเมื่อคลื่นเข้ามาถึงแถวช่วงกลางลำเรือแล้วให้หันหัวเรือกลับสวนอีกทาง จะทำให้ท้ายเรือยกขึ้นแล้วเร่งคันเร่งแค่นี้เรือก็แทบจะเรยกได้ว่าขึ้นน้ำเลยครับ วิธีการนี้คือการบังคับเรือให้เป็น Semi Plane คือ เกือบที่จะขึ้นน้ำโดยอาศัยคลื่นที่ซัดเข้ามาให้เป็นประโยชน์ครับ เราพูดถึงการให้เรือขึ้นน้ำแล้ว เที่ยวนี้เรามาพูดถึงการวิ่งนาถนะการณ์ที่มีคลื่นบ้างครับ อย่างที่หลายๆคนเข้าใจว่าเรือ Bassboat เป็นเรือที่ไม่ค่อยชอบคลื่นสักเท่าไหร่ หลายๆคนเลยกลัว หรือ ระแวงเวลาที่ขับเรือประเภทนี้แล้วเจอคลื่นลม ผมบอกได้เลยว่าไม่ต้องกลัวครับ เรือทุกประเภทที่อยู่ในน้ำ หนีไม่พ้นที่จะต้องเจอคลื่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเขื่อน หรือ ในแม่น้ำ การขับเรือ Bassboat ฝ่าคลื่นนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ เพียงแต่ว่าเราต้องรู้นิสัยของเรือเราซะก่อนว่าเวลาที่เรือของเราเจอคลื่นแล้วมีอาการอย่างไร เมื่อเรารู้อาการของเรือของเรา ก็จะทำให้เราไม่รู้สึกตกใจเวลาเรือของเรามีอาการนั้นๆ สำหรับ Bassboat นั้น ถ้าเจอคลื่นแรงๆเรืออาจจะกระโดดบ้าง ถ้ามาด้วยความเร็วสูงแล้วเจอคลื่นลูกใหญ่ๆแบบคลื่นเรือด่วนเรืออาจจะลอยขึ้นไปทั้งลำเลยก็ได้ เรามาพูดกันถึงเวลาที่เจอคลื่นเล็กๆแต่ถี่ๆกันก่อน ถ้าเวลาที่เราเจอคลื่นที่ไม่สูงมากแต่มาถี่เหมือนช่วงเวลาก่อนที่พายุฝนจะมา การบังคับเรือในช่วงนี้ต้องอาศัยการจับสังเกตของคลื่นที่ซัดเข้ามาว่าเข้ามาทางใหน แล้วพยายามที่จะบังคับหัวเรือให้วิ่งที่ 45 องศา สวนกับคลื่น วิธีนี้จะเป็นการยืดตัวเรือให้ยาวขึ้นรับลูกคลื่นได้มากขึ้นทำให้มีการต่อคลื่นได้ดีจึงทำให้เรือไม่กระโดด หรือ ถ้ากระโดดก็ไม่มาก ทำให้เราสามารถที่จะผ่านคลื่นเหล่านั้นได้โดยแถบที่จะไม่ต้องลดความเร็วลงเลยครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Flying-Hippo.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-165" title="Flying Hippo" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/10/Flying-Hippo-300x209.jpg" alt="" width="300" height="209" /></a>ทีนี้เรามาพูดกันถึงสถานะการณ์ที่เจอคลื่นลูกใหญ่ๆแบบคลื่นกลางอ่าวในเขื่อน หรือ คลื่นทะเลกันบ้าง เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่คนขับเรือ Bassboat หลายๆคนกลัว ผมบอกได้เลยว่าไม่ต้องกลัวครับ เมื่อก่อนผมขับเรือ Bassboat วิ่งเล่นอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาต้องวิ่งสวนกับเรือด่วนเจ้าพระยา เรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งหลายๆคนคงจะรู้ดีว่าคลื่นเรือสองประเภทนี้ใหญ่โตแค่ใหน ในการที่เราจะต้องวิ่งสวนกับคลื่นใหญ่ๆ เหล่านี้ ข้อแรกคือ มือเราจะต้องอยู่ที่ Control ตลอดเวลาเพื่อคอยผ่อนหนักผ่อนเบา เมื่อเราเห็นคลื่นที่อยู่ด้านหน้าก่อนอื่นเลยเราต้องเบาคันเร่งก่อน เพื่อไม่ให้เรือพุ่งใส่คลื่นที่สูงซึ่งอาจจะทำให้เรือเหินได้ เมื่อเราผ่อนคันเร่งให้เบาในขณะที่ไต่คลื่นแล้วนั้น ให้ใช้ความสังเกตมองดูคลื่นลูกต่อๆไปว่าอยู่ตรงใหนแล้วเร่งคันเร่งเพื่อให้ส่วนของหัวเรือไปแตะคลื่นอีกลูกเพื่อเป็นการรับช่วงคลื่นต่อไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเราไม่ต่อคลื่นสิ่งที่อาจจะตามมาก็คือ หัวเรือปักลงเมื่อลงจากคลื่นลูกแรก และ อาจจะทำให้หัวเรือมุดเข้าไปในคลื่นลูกที่กำลังจะซัดเข้ามาได้ ดังนั้นการผ่อนหนักผ่อนเบา และ การสังเกตลูกคลื่นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในการวิ่งสวนกับคลื่นใหญ่ๆ วันที่ผมขับเรือ Bassboat ของผมออกไปเที่ยวปากอ่าวแล้วเลยเถิดออกไปทะเลนั้น หรือ ตอนที่เอาเรือกาบเตี้ยแบบ Bassboat วิ่งจากแม่น้ำบางปะกง ทะลุไปถึง แม่น้ำท่าจีน ผมก็ใช้วิธีการบังคับเรือแบบนี้เหมือนกันในเวลาที่เจอคลื่นในทะเล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความไม่ประมาท และ ใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเท่านั้นเองครับ ส่วนถ้าใครอ่านบทความนี้แล้วอยากจะเอาไปลองบ้างผมต้องขอบอกว่าควรจะมีการฝึกฝน และ เรียนรู้ว่า เรือของเรามีอาการอย่างไร เพื่อความไม่ประมาท และ ไม่ตกใจเวลาที่อยู่ในสถานะการณ์จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าผมเก่งหรืออะไรนะครับ ที่เขียนมาทั้งหมดเกิดจากประสบการณ์จริงที่ขับเรือ Bassboat มาตั้งแต่สมัยที่คนไทยยังไม่ค่อยจะรู้จักว่า Bassboat คือ เรืออะไร ขอให้ขับ Bassboat ให้สนุก และ ใช้สมรรถนะของ Bassboat อย่างเต็มที่ และ เล่นเรืออย่างปลอดภัยนะครับ</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/176/boat-bible/how-to-diy/%e0%b8%b4bassboat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thai Boat Club &#8211; Yellow Pages</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Sep 2011 09:27:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ช่วยกับปิตัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดหน้าเหลืองชาวเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[Phone Directory]]></category>
		<category><![CDATA[Yellow Pages]]></category>
		<category><![CDATA[สมุดหน้าเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรศัพท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[สมุดหน้าเหลือง TBC แยกตามประเภทให้นะครับ อู่ต่อเรือไฟเบอร์ สแตนเลส ร้านขายอุปกรณ์ เครื่องยนต์เรือ ร้านซ่อมบำรุง แรมป์ เบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นต่างๆ TBC ขอรวบรวมไว้เผื่อมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ชาวเรือทุกท่าน ท่านใดที่มีข้อมูลใหม่ๆ หรือข้อมูล update ช่วยแจ้งเข้ามาทาง comment ด้านล่างได้เลยนะครับ ผมจะได้นำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้ ขอบคุณครับ Yatch Builders Company Location Contact Number Website Andaman Boatyard Co.,Ltd. Pattaya 0-3870-6060 www.andamanboatyard.com Bakricono Pattaya 0-3823-5168 www.bakricono.com B &#38; B Boat Co.,Ltd. Pattaya 0-3807-6553 www.bandb-boat.com Mari Art Shipyard (Thailand) Samutprakarn 0-2707-3428 www.classicshipyard.com Oss Marine<a href="http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/thaiboatclub-yellowpages.jpg" ><img class="alignnone size-medium wp-image-143" title="thai boat club yellowpages" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/thaiboatclub-yellowpages-300x108.jpg" alt="thai boat club yellowpages" width="300" height="108" /></a></p>
<h1>สมุดหน้าเหลือง TBC</h1>
<p>แยกตามประเภทให้นะครับ อู่ต่อเรือไฟเบอร์ สแตนเลส ร้านขายอุปกรณ์ เครื่องยนต์เรือ ร้านซ่อมบำรุง แรมป์ เบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นต่างๆ</p>
<p>TBC ขอรวบรวมไว้เผื่อมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ชาวเรือทุกท่าน ท่านใดที่มีข้อมูลใหม่ๆ หรือข้อมูล update ช่วยแจ้งเข้ามาทาง comment ด้านล่างได้เลยนะครับ ผมจะได้นำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้ ขอบคุณครับ</p>
<h2>Yatch Builders</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Andaman Boatyard Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3870-6060</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.andamanboatyard.com" >www.andamanboatyard.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Bakricono</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3823-5168</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.bakricono.com" >www.bakricono.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">B &amp; B Boat Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3807-6553</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.bandb-boat.com" >www.bandb-boat.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Mari Art Shipyard (Thailand)</td>
<td align="left">Samutprakarn</td>
<td align="left">0-2707-3428</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.classicshipyard.com" >www.classicshipyard.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Oss Marine Services</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">08-1970-9948</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.ossmarine.com" >www.ossmarine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Pathumthani Yacht LP</td>
<td align="left">Pathumthani</td>
<td align="left">0-2287-3273</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Seat Boat Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2287-3273</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.seatboat.com" >www.seatboat.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left"></td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3842-1072-3</td>
<td align="left"></td>
</tr>
<tr>
<td align="left"></td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7623-9714-5</td>
<td align="left"></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Siam Yachting Service Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2814-4070</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.siamyachting.com" >www.siamyachting.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Sunnav Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3870-6060</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.sunnav.com" >www.sunnav.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left"></td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7637-7577</td>
<td align="left"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Fiberglass Boat Builders</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Proboat</td>
<td align="left">Samuthprakarn</td>
<td align="left">08-3650-8881</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://proboatthai.blogspot.com" >proboatthai.blogspot.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Bann Rua</td>
<td align="left">Suratthani</td>
<td align="left">0-2910-9923</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.boat-maker.com" >www.boat-maker.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Fiberglass Master</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2802-3585</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Palian Yacht</td>
<td align="left">Trang</td>
<td align="left">0-7526-9064</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">PSP Fiberglass Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Prachubkirikhun</td>
<td align="left">0-3254-6356</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.pspfibertech.com" >www.pspfibertech.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Thai marine Center Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7627-2776, 0-7627-2752</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Transit Maintenance Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">0-3877-2863-4</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">T-Surf</td>
<td align="left">Nakornpathom</td>
<td align="left">0-3421-2101</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Porntape Marine</td>
<td align="left">Chachengsoa</td>
<td align="left">08-1523-0870</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Maintenance &amp; Consultant</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Proboat By Kaiwal</td>
<td align="left">Samuthprakarn</td>
<td align="left">08-3650-8881</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Precision Shipwright Services Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">08-1891-3607</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.precision-shipwright.com" >www.precision-shipwright.com</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Yacht Design</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Albatross Marine Design Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">0-3841-6881</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://xxxxxx" >www.amdesign.co.th</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Cardio Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2721-5469</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://xxxxxx" >www.cardiodesign.co.th</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Communications</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">A &amp; Marine (Thai) Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Samuthprakarn</td>
<td align="left">0-2703-5544, 0-2703-5588</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.marinethai.net" >www.marinethai.net</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Boat Accessories</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">High Performance Product</td>
<td align="left">Samuthprakarn</td>
<td align="left">08-3650-8881</td>
<td align="left">none</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Jongdee Marine, Add marine</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2530-7582-3</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.jongdeemarine.net" >www.jongdeemarine.net</a><br />
<a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.addmarine.com" >www.addmarine.com</a><br />
<a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.qualityonboard.com" >www.qualityonboard.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Asap Marine Trading Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">0-3823-5168</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.asap-marine.com" >www.asap-marine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Blue Seas Marine Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">0-3823-7730</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.blueseas-marine.com" >www.blueseas-marine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Electrical Marine Phuket, Thailand</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7623-9112</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.electrical-marine.com" >www.electrical-marine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">G.R.R. Valve &amp; Technology Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">08-7130-9034</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.marinehardwarethailand.com" >www.marinehardwarethailand.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">GSM Marine Supply Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2415-8501-2</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.gsmmarine.co.th" >www.gsmmarine.co.th</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Hull Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Chonburi</td>
<td align="left">0-3841-6541-2</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.hull.co.th" >www.hull.co.th</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">KK Marine Supply Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7623-8206</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.kkmarine.com" >www.kkmarine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">LalizasThai Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Samuthprakarn</td>
<td align="left">0-2703-5384</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.lalizas.co.th" >www.lalizas.co.th</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">TNK Marine Co.,Ltd.</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7625-0581-2</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.marinetools.com" >www.tnkmarine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Methakorn</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2224-7112</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.methakorn.co.th" >www.methakorn.co.th</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Sri-One Marine</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3872-6718</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.sri-onemarine.co.cc" >www.sri-onemarine.co.cc</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Surapol Marine</td>
<td align="left">Pattaya</td>
<td align="left">0-3822-2438, 0-3822-2378, 0-3872-7038</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.surapolmarine.com" >www.surapolmarine.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Thai Kolon</td>
<td align="left">Bangkok</td>
<td align="left">0-2745-6468, 0-2745-6151</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.thaikolon.com" >www.thaikolon.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Trimarine International (Thailand)Co.,Ltd.</td>
<td align="left">SamuthprakarnPhuket</td>
<td align="left">0-2175-6111, 0-7636-4088</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.tritex.com.sg" >www.tritex.com.sg</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Marina Yacht Clubs</h2>
<table width="580" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Company</strong></td>
<td align="center"><strong>Location</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
<td align="center"><strong>Website</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Ao Po Grand Marina</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7633-6200</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.aopograndmarina.com" >www.aopograndmarina.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Ocean Marina Yacht Club</td>
<td align="left">Pattaya Bangkok</td>
<td align="left">0-3823-7310-23, 0-2661-6800</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.oceanmarinayachtclub.com" >www.oceanmarinayachtclub.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Phuket Boat Lagoon Marina</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7623-8533-40</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.phuketboatlagoon.com" >www.phuketboatlagoon.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Royal Phuket Marina</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7636-0811-4</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.royalphuketmarina.com" >www.royalphuketmarina.com</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Yacht haven Marina</td>
<td align="left">Phuket</td>
<td align="left">0-7620-6704-5</td>
<td align="left"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/http://www.yacht-haven-phuket.com" >www.yacht-haven-phuket.com</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>Emergency Call</h2>
<table width="380" border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center"><strong>Organization</strong></td>
<td align="center"><strong>Contact Number</strong></td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Ambulance Center</td>
<td align="left">0-2255-1133-6</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Emergency Call</td>
<td align="left">191</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Highway Police</td>
<td align="left">1193</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Thai Shipbuilding &amp; Repairing Association</td>
<td align="left">0-2840-2110</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Rama Radio Center</td>
<td align="left">0-2246-0999</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Tourist Assistance Center</td>
<td align="left">1155</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Travel Information</td>
<td align="left">1543</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Tourist Police</td>
<td align="left">1155</td>
</tr>
<tr>
<td align="left">Marine Emergency Call</td>
<td align="left">1199</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/137/boat-bible/boat-accessories/thai-boat-club-yellow-pages/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ล่องแม่กลองท่องอัมพวา</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2011 07:54:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=108</guid>
		<description><![CDATA[แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสำคัญในภาคตะวันตกของประเทศ มีต้นกำเนิดมาจาก แม่น้ำแควใหญ่ และ แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกันที่ตำบลบ้านแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ไหลผ่าน จังหวัดราชบุรี จัวหวัดสมุทรสงคราม และ ไหลลงสู่ปากอ่าวไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีความยาวประมาณ 132 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าแม่น้ำแม่กลองจะมีความยาวน้อยกว่าแม่น้ำสายหลักๆสายอื่น เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก  และ แม่น้ำบางปะกง แต่แม่น้ำสายนี้ก็มีประวัติอันยาวนาน และ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าแม่น้ำสายอื่น ๆ เลย ดูได้จากแหล่งชุมชมโบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งลำน้ำ มีวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์อย่างวัดบางกุ้ง นอกจากนั้นยังมีอาสนวิหารพระแม่บังเกิด  หรือ โบสถ์คริสต์ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี รวมไปถึงอุทยาน ร.2 ซึ่งเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย &#160; แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำอีกสายหนึ่งที่นักเล่นเรือมันจะนิยมเอาเรือมาเล่นกันเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น ดอนหอยหลอด วัดบางแคน้อย วัดบางกุ้ง อาสนวิหารพระแม่บังเกิด อุทยาน ร.2 เป็นต้น หรือ ถ้าใครที่นิยมชมชอบกับการตกปลา ตกกุ้ง ที่แม่น้ำสายนี้เราสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงสองบรรยากาศในแม่น้ำเดียว คือ ถ้าใครนิยมชมชอบกับการตกกุ้ง และ ปลาน้ำจืด( น้ำกร่อย<a href="http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสำคัญในภาคตะวัน<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/Picture-288.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-109" title="ล่องอัมพวา ท่องแม่กลอง" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/Picture-288-300x200.jpg" alt="ล่องอัมพวา ท่องแม่กลอง" width="300" height="200" /></a>ตกของประเทศ มีต้นกำเนิดมาจาก แม่น้ำแควใหญ่ และ แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกันที่ตำบลบ้านแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ไหลผ่าน จังหวัดราชบุรี จัวหวัดสมุทรสงคราม และ ไหลลงสู่ปากอ่าวไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีความยาวประมาณ 132 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าแม่น้ำแม่กลองจะมีความยาวน้อยกว่าแม่น้ำสายหลักๆสายอื่น เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก  และ แม่น้ำบางปะกง แต่แม่น้ำสายนี้ก็มีประวัติอันยาวนาน และ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าแม่น้ำสายอื่น ๆ เลย ดูได้จากแหล่งชุมชมโบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งลำน้ำ มีวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์อย่างวัดบางกุ้ง นอกจากนั้นยังมีอาสนวิหารพระแม่บังเกิด  หรือ โบสถ์คริสต์ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี รวมไปถึงอุทยาน ร.2 ซึ่งเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำอีกสายหนึ่งที่นักเล่นเรือมันจะนิยมเอาเรือมาเล่นกันเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น ดอนหอยหลอด วัดบางแคน้อย วัดบางกุ้ง อาสนวิหารพระแม่บังเกิด อุทยาน ร.2 เป็นต้น หรือ ถ้าใครที่นิยมชมชอบกับการตกปลา ตกกุ้ง ที่แม่น้ำสายนี้เราสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงสองบรรยากาศในแม่น้ำเดียว คือ ถ้าใครนิยมชมชอบกับการตกกุ้ง และ ปลาน้ำจืด( น้ำกร่อย ) เสน่ห์ของกุ้งแม่น้ำของอัมพวา รับรองได้ว่านักชิมแค่ได้ยินก็ถึงกับน้ำลายหกกันแล้ว หรือ จะเป็นปลากระพงขาว ก็เชื่อว่าคงไม่มีนักชิมคนใหนจะปฎิเสธรสชาติของเนื้อปลากระพงขาวสดๆจากธรรมชาติได้อย่างแน่นอน มาถึงแม่กลองทั้งทีถ้าเราจะไม่พูดของดังคู่บ้านคู่เมืองของแม่กลองก็คือ ปลาทู ก็คงจะเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ปลาทูของแม่กลองนั้นจัดได้ว่าเป็นปลาทูที่มีรสชาติดีไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว ด้วยสารอาหารที่มีมากมายจากแม่น้ำที่ไหลสู่อ่าวไทย ทำให้มีฝูงปลาน้อยใหญ่มาอาศัย อยู่กันเป็นจำนวนมาก และ หนึ่งในนั้นก็คือปลาทู ถ้าใครที่สนใจอยากจะออกไปตกปลาทูก็สามารถที่จะขับเรือออกไปทางปากอ่าว แต่ก่อนอื่นต้องขอแนะนำว่าการที่จะนำเรือออกจากปากอ่าวแม่น้ำควรจะต้องมี GPS ที่มี Bluechart หรือ แผนที่ร่องน้ำออกไปด้วย และ ต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เพราะเนื่องจากบริเวณปากอ่าวจะมีสันดอนซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งเรืออาจจะไปเกยตื้นได้ ดังนั้นควรจะต้องใช้ GPS เป็นตัวนำทางในการที่จะออกไปสู่ทะเล หลังจากที่เราวิ่งเรือผ่านร่องน้ำออกไปแล้วเราก็ค่อยๆวิ่งไปเรื่อยจนถึงแนวเปลี่ยนน้ำ ซึ่งก็คือสุดเขตของแนวน้ำกร่อย เข้าสู่น้ำทะเลนั่นเอง พอเราวิ่งเรือพ้นแนวเปลี่ยนน้ำสู่แนวน้ำทะเลเราก็จะเริ่มมองเห็นโป๊ะปลาทูอยู่มากมาย มีทั้งโป๊ะร้าง และ ก็โป๊ะที่ยังมีคนใช้กันอยู่ โดยปกติแล้วสำหรับคนที่เล่นเรือเราคงไม่กล้าที่จะเข้าไปรบกวนโป๊ะที่ยังมีคนอยู่ พวกเราก็มันจะแวะเวียนไปตามโป๊ะร้างที่ไม่มีเจ้าของแล้วก็ตกกันแถวนั้น การตกปลาทูนั้นก็แสนง่ายดาย แค่เพียงเราใช้เบ็ดชักโง้ง หรือ เบ็ดราว ซึ่งมีขนนกเล็กๆ หรือ พู่เล็กๆ ถ่วงด้วยตะกั่วด้านล่างแล้วแล้วหย่อนลงไปข้างๆเรือ แค่นี้ก็ได้ปลาทูมาเชยชม และ เชยชิมกันแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราพูดถึงเรื่องทำบาปกันไปแล้วเร<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-115" title="วัดบางกุ้ง" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87-300x215.jpg" alt="" width="300" height="215" /></a>ามาพูดถึงเรื่องวัดวาอารามกันบ้างดีกว่า วัดที่ได้รับความนิยมที่จะไปเที่ยวกัน ก็จะมีวัดบางกุ้ง และ วัดบางแคน้อย ที่วัดบางกุ้ง หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพของโบสถ์ที่ถูกรากของต้นไทรปกคลุมไว้เกือบจะทั้งหลังจาก Unseen Thailand แต่มีไม่กี่คนที่ทราบว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดซึ่งถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศเราเป็นอย่างมาก วัดบางกุ้งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พม่าได้ยกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้หัวเมืองปากใต้ยกทับเรือมาสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง กองทัพพม่าซึ่งยกทัพมาตามลำน้ำแม่กลอง และ บุกมาจนถึงค่ายบางกุ้ง โดยที่ทัพของกรุงศรีอยุธยาไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ ค่ายบางกุ้งจึงแตก หลังจากพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก ค่ายบางกุ้งก็ถูกทิ้งเป็นค่ายร้าง ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว ได้โปรดให้ชาวจีนรวบรวมสมัครพรรคพวกมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่ายเก่าที่บางกุ้ง ค่ายบ้างกุ้งจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ค่ายจีนบางกุ้ง หลังจากเสียกรุงไปประมาณ 8 เดือน กองทัพพม่านำโดยเจ้าเมืองทวายยกทัพบก และ ทัพเรือลงมาล้อมค่ายจีนบางกุ้งไว้ ทหารจีนที่รักษาค่ายได้สู้รบอย่างเต็มกำลังแต่ด้วยความที่มีกำลังน้อยกว่าทัพพม่านักจึงทำให้เกือบที่จะเสียค่ายให้แก่พม่า ความทราบไปถึง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงยกทัพมาตีทัพพม่าแตกพ่ายไป และ ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกกองทัพเรือนำทหารออกไปทำศึกที่บางแก้วเมืองราชบุรี ในระหว่างเดินทางได้หยุดกองทัพพักพลเสวยพระกระยาหารที่วัดกลางค่ายบางกุ้ง หลักฐานทางโบราณสถานที่ยังมีให้เราเห็นในปัจจุบันก็จะมีพระอุโบสถที่ถูกรากของต้นไทรขึ้นปกคลุมเกือบจะทั้งหลัง มีปูนปั้น ประดับด้วยเครื่องถ้วยซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกวัดนึงที่ได้รับความนิยมไปเที่ยวกัน<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg" ><img class="alignright size-medium wp-image-116" title="วัดบางแคน้อย" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>ก็คือ วัดบางแคน้อย ซึ่งภายในพระอุโบสถจะประดับด้วยไม้แกะสลักทั้งหลัง ด้วยฝีมือการแกะสลักของช่างฝีมือดีมาจากเมืองเพรชบุรี เราลองมาดูรายละเอียดของไม้ที่เค้าใช้ประดับในพระอุโบสถกันบ้าง ไม้มะค่าโมงซึ่งใช้เป็นแท่นรองพระประธานมีขนาดใหญ่มาก คือกว้าง 2 เมตรครึ่ง ยาว 3 เมตร หนา 4 นิ้ว ชุกชีพระประธานเป็นไม้แกะสลักในทรงจอมแห พื้นอุโบสถปูด้วยไม้ตะเคียนทอง หนา 2 นิ้ว กว้าง 40-44 นิ้ว ฝาผนังพื้นเป็นไม้แกะสลัก หนา 3 นิ้ว แกะสลักเป็นรูปคน สัตว์ ต้นไม้ และแกะเสริม รวมหนาถึง 6 นิ้ว ฝาผนังด้านตรงข้ามพระประธานเป็นไม้แกะสลักรูปปางชนะมาร ฝาผนังด้านซ้าย ขวา ของพระประธานเป็นไม้แกะสลักรูปพระเจ้าสิบชาติ ฝาผนังด้านหลังพระประธานเป็นไม้แกะสลัก การประสูติ ตรัสรู้ นิพพาน ฝาผนังใต้ธรณีหน้าต่าง 2 ข้าง แกะสลักฝังด้วยไม้โมกมันรูปพระเวสสันดร จั่วด้านหน้าและหลังเป็นไม้แกะสลัก ด้านข้างทั้งสองเป็นคูหาหลงรักปิดทอง คันทวยเป็นไม้ลงรักปิดทอง จากรายละเอียดเราจะเห็นได้ว่าพระอุโบสถของวัดบางแคน้อยนั้นเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม และ มีคุณค่าทางศิลปะที่น่าสนใจมากๆ ทุกวันนี้วัดบางแคน้อยจัดได้ว่าเป็นสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรสงครามเลยก็ว่าได้</p>
<p>มาเล่นเรือที่แม่น้ำแม่กลองทั้งที นอกจากจะมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย มีปลา มีกุ้ง ให้ตกกันแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจที่พลาดไม่ได้เลยอีกอย่างนึงก็คือ ตลาดน้ำ ครับ ตลาดน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางรถยนต์ หรือ ทางเรือตลาดนึงก็คือ ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดอัมพวา ถ้าเราจะไปเที่ยวตลาดน้ำโดยทั่วๆไปเราจะต้องไปกันแต่เช้าตรู่ก่อนที่ตลาดจะวาย แต่สำหรับที่นี่แล้วกลับเป็นตรงกันข้าม เพราะตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดน้ำยามเย็น ที่ตลาดน้ำอัมพวาเราจะได้พบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณที่ๆคนอัมพวายังคงเก็บ และ รักษาให้เราได้เห็นถึงในปัจจุบัน ถ้าใครชอบกินขนม ที่นี่ก็มีให้เลือกกินจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว หรือ ถ้าใครชอบของคาว กุ้งเผา ปลาหมึกเผาที่นี่ก็ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนตลอดเวลา รวมไปถึงก๋วยเตี่ยวเรือที่ขายกันในเรือจริงๆ ผัดไท หอยทอด ก๋วยจั๊บ และ ของกินอีกมากมายที่เห็นแล้วชวนให้น้ำลายสอ นอกจากของกินแล้วที่ตลาดอัมพวายังมีของแต่งบ้านที่ทำจากกะลามะพร้าว ของเล่นสังกะสีที่ทุกวันนี้แถบจะไม่มีให้เราเห็นกันอีกแล้ว และ อื่นๆอีกมากมาย ถ้าใครได้มีโอกาสเอาเรือมาเที่ยวที่แม่น้ำแม่กลอง รับรองได้ว่าด้วยมนต์เสน่ห์ของลำน้ำสายนี้จะทำให้คุณต้องกลับมาเยือนที่นี่อีกอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/108/articles/ampaw/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการขับเรือ 11 ฟุต (พิมพ์นิยม)</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2011 07:35:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[How to & DIY]]></category>
		<category><![CDATA[11 ฟุต]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์นิยม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการขับเรือ 11 ฟุต]]></category>
		<category><![CDATA[เหาฉลาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=97</guid>
		<description><![CDATA[นักเล่นเรือหลายคนเริ่มต้นจากการขับเรือเล็ก และก็มีอีกไม่น้อยที่เลิกเล่นเรือก็เพราะเรือเล็ก ผมได้ยินและได้เห็นนักเล่นเรือมือใหม่หลายคนต่างพูดกันต่างๆ นาๆ ถึงปัญหาของเรือเล็ก เช่น ขับแล้วเรือแฉลบบ้าง หรือ ไม่ก็เรือมุดน้ำ บางคนก็บอกว่าเรือไม่ขึ้นน้ำบ้าง ถ้าขึ้นน้ำแล้วเรือมีอาการต่างๆ นาๆ ขอออกตัวก่อนนะครับผมเองก็ไม่ใช่ผู้รู้อะไรมากมาย เรื่องที่กำลังจะบอกเล่าต่อไปนี้ มาจากประสบการณ์ของตัวเองล้วนๆ ถ้าใครมีความคิดความเห็นเพิ่มเติม หรือ คิดขัดแย้งประการใดก็เอามาลงต่อได้นะครับ จะได้เป็นความรู้ให้นักเล่นเรือมือใหม่ หรือ คนที่กำลังสนใจที่จะเล่นเรือเล็กไว้ศึกษาครับ สำหรับเทคนิคการขับเรือเล็ก 11 ฟุต ก่อนอื่นเลยก่อนที่เราจะลงเรือ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย คือ ต้องสวมชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือ และ ต้องคล้องสายเซฟตี้ไว้กับตัวตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาดเพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดได้ทุกเวลากันไว้ดีกว่าแก้ครับ หลังจากที่ลงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราควรจะต้องศึกษาถึงอาการของเรือของเราก่อนครับ ว่าเรือของเรานั้นมีอาการอย่างไร จะได้ไม่ตกใจเวลาที่ลงไปเล่น ยิ่งสำหรับมือใหม่อาจจะทำให้ตกใจ หรือ กลัวจนเลิกเล่นไปเลยก็มีให้เห็นมาแล้วไม่น้อยเลยครับ สำหรับเรือเล็กนั้น เราต้องเข้าใจว่าเรือเล็กจะเพลนน้ำ หรือ ว่าขึ้นน้ำยากกว่าเรือที่มีขนาดยาวกว่า และ ด้วยความที่ขนาดของตัวเรือที่สั้นกว่าเวลาที่เจอคลื่นก็อาจจะมีอาการเอียงมากกว่าเป็นของตามมาเช่นกันครับ ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาของเรือเล็กเรามาพูดถึงเรื่องเครื่องกันสักนิดก่อนนะครับ การแขวนเครื่องสำหรับเรือเล็กมีความสำคัญมาก ๆ เช่นกันครับ เพราะอาการของเรือหลาย ๆ อาการเกิดการแขวนเครื่องนี่แหระครับ หลาย ๆ คนบอกว่าแค่แขวนเครื่องไว้ตรงกลางลำเรือก็พอ<a href="http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/246255022423.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-113" title="246255022423" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/246255022423-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>นักเล่นเรือหลายคนเริ่มต้นจากการขับเรือเล็ก และก็มีอีกไม่น้อยที่เลิกเล่นเรือก็เพราะเรือเล็ก ผมได้ยินและได้เห็นนักเล่นเรือมือใหม่หลายคนต่างพูดกันต่างๆ นาๆ ถึงปัญหาของเรือเล็ก เช่น ขับแล้วเรือแฉลบบ้าง หรือ ไม่ก็เรือมุดน้ำ บางคนก็บอกว่าเรือไม่ขึ้นน้ำบ้าง ถ้าขึ้นน้ำแล้วเรือมีอาการต่างๆ นาๆ ขอออกตัวก่อนนะครับผมเองก็ไม่ใช่ผู้รู้อะไรมากมาย เรื่องที่กำลังจะบอกเล่าต่อไปนี้ มาจากประสบการณ์ของตัวเองล้วนๆ ถ้าใครมีความคิดความเห็นเพิ่มเติม หรือ คิดขัดแย้งประการใดก็เอามาลงต่อได้นะครับ จะได้เป็นความรู้ให้นักเล่นเรือมือใหม่ หรือ คนที่กำลังสนใจที่จะเล่นเรือเล็กไว้ศึกษาครับ</p>
<p>สำหรับเทคนิคการขับเรือเล็ก 11 ฟุต ก่อนอื่นเลยก่อนที่เราจะลงเรือ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย คือ ต้องสวมชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือ และ ต้องคล้องสายเซฟตี้ไว้กับตัวตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาดเพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดได้ทุกเวลากันไว้ดีกว่าแก้ครับ หลังจากที่ลงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราควรจะต้องศึกษาถึงอาการของเรือของเราก่อนครับ ว่าเรือของเรานั้นมีอาการอย่างไร จะได้ไม่ตกใจเวลาที่ลงไปเล่น ยิ่งสำหรับมือใหม่อาจจะทำให้ตกใจ หรือ กลัวจนเลิกเล่นไปเลยก็มีให้เห็นมาแล้วไม่น้อยเลยครับ สำหรับเรือเล็กนั้น เราต้องเข้าใจว่าเรือเล็กจะเพลนน้ำ หรือ ว่าขึ้นน้ำยากกว่าเรือที่มีขนาดยาวกว่า และ ด้วยความที่ขนาดของตัวเรือที่สั้นกว่าเวลาที่เจอคลื่นก็อาจจะมีอาการเอียงมากกว่าเป็นของตามมาเช่นกันครับ</p>
<p>ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาของเรือเล็กเรามาพูดถึงเรื่องเครื่องกันสักนิดก่อนนะครับ การแขวนเครื่องสำหรับเรือเล็กมีความสำคัญมาก ๆ เช่นกันครับ เพราะอาการของเรือหลาย ๆ อาการเกิดการแขวนเครื่องนี่แหระครับ หลาย ๆ คนบอกว่าแค่แขวนเครื่องไว้ตรงกลางลำเรือก็พอ ถูกครับ แต่ยังถูกไม่หมด นอกจากที่เราจะต้องแขวนเครื่องให้อยู่กลางลำเรือแล้ว เราต้องสังเกตที่ท่อนล่าง หรือ หางของเครื่องด้วยครับ อย่าให้หางลงต่ำกว่าจุดต่ำสุดของเรือมากนัก จุดที่ดีที่สุดน่าจะดูจากที่แพนหางด้านล่างให้พอดีกับท้องเรือครับ เพราะถ้าหางลงต่ำกว่าท้องเรือมาก นอกจากที่จะทำให้ขึ้นน้ำได้ช้า หรือ ไม่ขึ้นน้ำเลย ยังทำให้เครื่องกินน้ำมันมากขึ้นไปอีก เพราะว่ายิ่งหางลงไปยาวเท่าไหร่ก็จะเกิดการต้านน้ำมากขึ้นนอกจากจะเสียพลังงานของเครื่องยนต์โดยใช่เหตุแล้วเวลาที่เข้าตื้นหางก็อาจจะไปกระแทกกับพื้นทำให้เสียหายได้ และ สำหรับเรือเล็ก ๆ ถ้าเกยตื้น หรือ หางไปชนกับพื้นถ้ามาช้า ๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่น่าจะควบคุมอาการได้บ้าง แต่ถ้ามาด้วยความเร็วโอกาสที่จะเกิดอุบัติอย่างรุนแรงเป็นไปได้สูงทีเดียวครับ เช่น เครื่องหลุด หรือ หางกระดกขึ้นทำให้เสียการควบคุม และ อาจจะทำให้เรือพลิกคว่ำได้ครับ สำหรับอาการของเครื่องหลุดนั้น ถ้าหลุดลงน้ำไปเลยสิ่งที่เราต้องเสียแน่ ๆ คือ ต้องจ้างคนมางม และ ถ้าได้เครื่องขึ้นมาแล้วก็ไม่แน่ว่าอาการจะสาหัสขนาดใหน และ ส่วนใหญ่เวลาที่เครื่องหลุดเรือจะสะบัดอย่างรุนแรง อาจจะทำให้เราตกน้ำได้ครับ แต่ถ้าเครื่องหลุดแล้วกระเด็นกลับขึ้นมาบนเรือ อันนี้น่ากลัวมาก ๆ เพราะใบจักรที่หมุดด้วยรอบสูง ๆ ถ้าโดนเนื้อของเรารับรองว่าคุณหมอไม่อยากจะเย็บให้แน่ๆครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเราคล้องสายเซฟตี้ไว้กับตัวถ้าเครื่องหลุด หรือ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเมื่อสายเซฟตี้หลุดเครื่องก็หยุดทันที อย่างน้อยก็ลดอัตราเสี่ยงที่จะโดนใบจักรฟันไปได้เยอะเลยครับ</p>
<p>นอกจากที่เราควรจะเช็คระยะของการแขวนเครื่องแล้ว ทริมก็เป็นอีกส่วนนึงที่สำคัญมาก ๆ เช่นกันครับ นักเล่นเรือมือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจว่าทริมตัวนี้มีหน้าที่ไว้ทำอะไร ทริมมีหน้าที่ในการปรับองศาของเครื่องยนต์ที่แขวนอยู่ที่ท้ายเรือของเราครับ องศาที่ต่างกันก็ให้คุณลักษณะที่ต่างกันครับ การปรับทริมไว้ให้เครื่องอยู่ในจุดต่ำที่สุด ที่จุดนี้เรือจะขึ้นน้ำได้เร็ว และ หัวเรือจะไม่เชิดขึ้นมากนัก แต่ก็จะได้ความเร็วปลายลดลง เหมาะสำหรับเวลาเล่นเรือในที่ ๆ มีคลื่นมากครับ แต่ถ้าปรับทริมให้เครื่องยกหางสูงสุด เรือจะขึ้นน้ำได้ช้าลงกว่าเดิมเล็กน้อย หัวเรือจะเชิดมากขึ้น และ ทำให้ได้ความเร็วปลายดีขึ้น แต่การปรับทริมแบบนี้ไม่เหมาะกับที่ ๆ มีคลื่นนะครับ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการเรือแฉลบได้ แต่ถ้าสำหรับคนที่เล่นเรือมานาน ๆ และ รู้อาการของเรือตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปรับทริมไว้ตรงใหนก็สามารถที่จะผ่านอุปสรรคไปได้อย่างไม่อยากเย็นนักครับ</p>
<p>เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแขวนเครื่องยนต์<a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/DSCI0084.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-98" title="เทคนิคการขับเรือ 11 ฟุต (พิมพ์นิยม)" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/DSCI0084-300x225.jpg" alt="เทคนิคการขับเรือ 11 ฟุต (พิมพ์นิยม)" width="300" height="225" /></a> และ การปรับทริมไปแล้ว จากนี้เรามาพูดถึงการขับกันบ้างครับ การขับเรือเล็กนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้ยากเย็น แบบที่หลาย ๆ คนพูดกัน บางคนเคยขับเรือเล็กแค่ครั้งเดียวก็โบกมือลาซะแล้ว การที่เราขับเรือเล็กเราต้องคิดเสมอว่าเรือของเรานั้นทั้ง เล็ก และ สั้น ดังนั้นจะไปขับแบบเรือที่ทั้งใหญ่ และ ยาวกว่าไม่ได้ เช่นการวิ่งชนคลื่นด้วยความที่เรือของเราเล็ก และ สั้น ถ้าชนคลื่นใหญ่ ๆ ตรง ๆ คลื่นลูกแรกเราอาจจะพ้นได้อย่างไม่อยากเย็นเท่าไหร่นัก แต่เจ้าลูกที่สอง สามและสี่ ที่ตามมานี่ซิ ส่วนใหญ่ไม่เกินลูกที่สองก็หน้าซีดแล้วครับ เพราะเวลาที่เราลงจากคลื่นลูกแรกหัวเรือจะกดลงน้ำพอคลื่นลูกที่สองซัดเข้ามาน้ำจะเข้ามาในตัวเรือของเรา และ ด้วยลักษณะของหัวเรือที่กดลงอยู่ถ้ามีน้ำเข้ามาในตัวเรืออีกอาการที่จะตามมาก็คือ หัวเรือจะมุดน้ำ และ เมื่อหัวเรือมุดน้ำเรือมีโอกาสที่จะจมได้ครับ คำถามต่อมาคือ และ ถ้าเราเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เช่นเรือใหญ่วิ่งผ่านเราไปด้วยความเร็วสูงคลื่นที่ตามมาก็ใหญ่จะทำอย่างไร ก่อนอื่นเลยคือทำใจครับ ที่ว่าทำใจนี่ไม่ได้ให้ปลงนะครับ ทำใจให้สบาย ๆ ไม่ต้องกลัว เบาเครื่องลงเล็กน้อย หันหัวเรือให้ทแยงมุมกับคลื่นที่กำลังซัดเข้ามาเป็นมุม 45 องศา การหันหัวเรือเข้าหาคลื่นที่มุมแบบนี้เท่ากับจะยืดระยะของตัวเรือของเรากับคลื่นที่ซัดเข้ามาได้พอสมควร และ ทำให้หัวเรือของเราจะลอยอยู่บนคลื่นลูกหน้า และ ท้ายเรือของเราจะอยู่บนลูกที่เราเพิ่งผ่านมา วิธีนี้หัวเรือของเราจะไม่มุดน้ำ และ เมื่อหัวเรือของเราอยู่บนคลื่นลูกด้านหน้าเร่งเครื่องขึ้นเล็กน้อย เพื่อที่จะให้หัวเรือของเราไปจับอยู่กับคลื่นลูกข้างหน้าต่อไปเรื่อยๆ แค่นี้เราก็สามารถที่จะผ่านคลื่นลูกใหญ่ๆ ไปได้อย่างสบายแล้วล่ะครับ</p>
<p>ก่อนจะจบขอย้ำอีกครั้งว่าที่เขียนมาทั้งหมดมาจากประสบการณ์การเล่นเรือเล็กของผมเอง ถ้าใครคิดต่างก็ไม่ถือว่าผิด หรือ ขัดแย้งกันนะครับ เอามาแบ่งปันกันเพื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่มาเล่นใหม่ ขอให้เล่นเรืออย่างสนุก และ ปลอดภัยนะครับ</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/97/boat-bible/how-to-diy/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-11-%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จากปากอ่าวสู่วัดหลวงพ่อโสธร</title>
		<link>http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/</link>
		<comments>http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2011 20:18:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hippyhippo</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[บางปะกง]]></category>
		<category><![CDATA[ปากอ่าวบางปะกง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดหลวงพ่อโสธร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiboatclub.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าเราพูดถึงแม่น้ำที่ไม่ไกลจากกรุงเทพที่เราสามารถจะนำเรือส่วนตัวไปท่องเที่ยวได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม่น้ำบางปะกงคงจะเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่หลายคนพูดถึง แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่จัดได้ว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี และ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร โดยเริ่มจากจุดที่แม่น้ำนครนายก และ แม่น้ำปราจีนบุรี ไหลมาบรรจบกัน ที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะไหลสู่อ่าวไทยที่บริเวณ ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำบางปะกงในอดีตนั้นมีหลาย ๆ คนเปรียบแม่น้ำสายนี้ว่าเป็นแม่น้ำมังกร เพราะด้วยความที่แม่น้ำสายนี้มีความคดเคี้ยวเหมือนลำตัวของมังกรในนวนิยายของชาวจีนในสมัยโบราณ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นพื้นที่มงคลเหมาะที่จะตั้งบ้านเรือน และ ทำการค้า จึงทำให้เกิดชุมชนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดั่งที่เราจะเห็นได้จากชุมชนโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี เช่นตลาดบ้านใหม่ และ ตลาดคลองสวนเป็นต้น แม่น้ำบางปะกงจัดได้ว่าเป็นแม่น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติมากที่สุดสายหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดูได้จากป่าชายเลนสองฝั่งลำน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สังเกตุได้จากทั้งสัตว์บก และ สัตว์น้ำ ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายนี้ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ยังมีอยู่มากมาย หรือ แม้กระทั่งสัตว์ป่าสงวนอย่างค้างคาวแม่ไก่ ก็ยังเหลือให้ชมอีกมากมาย แถมในยามค่ำคืนก็จะมีหิ่งห้อยตัวน้อยส่งแสงระยิบระยับให้เราได้ชื่นชมกันอีกด้วย นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำแล้ว แม่น้ำบางปะกงยังจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมโบราณอีกมากมายสังเกตุได้จากวัดวาอารามที่มีอยู่เกือบจะตลอดสองฝากฝั่งของลำน้ำ ถ้าเราพูดถึงวัดริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงวัดแรกที่ทุกคนจะนึกถึงก็ คือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อโสธร<a href="http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/">&#160;&#160;[อ่านบทความต่อ]</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_1.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-57" title="แม่น้ำบางปะกง" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_1-244x300.jpg" alt="แม่น้ำบางปะกง" width="244" height="300" /></a>ถ้าเราพูดถึงแม่น้ำที่ไม่ไกลจากกรุงเทพที่เราสามารถจะนำเรือส่วนตัวไปท่องเที่ยวได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม่น้ำบางปะกงคงจะเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่หลายคนพูดถึง แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่จัดได้ว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี และ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร โดยเริ่มจากจุดที่แม่น้ำนครนายก และ แม่น้ำปราจีนบุรี ไหลมาบรรจบกัน ที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะไหลสู่อ่าวไทยที่บริเวณ ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำบางปะกงในอดีตนั้นมีหลาย ๆ คนเปรียบแม่น้ำสายนี้ว่าเป็นแม่น้ำมังกร เพราะด้วยความที่แม่น้ำสายนี้มีความคดเคี้ยวเหมือนลำตัวของมังกรในนวนิยายของชาวจีนในสมัยโบราณ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นพื้นที่มงคลเหมาะที่จะตั้งบ้านเรือน และ ทำการค้า จึงทำให้เกิดชุมชนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดั่งที่เราจะเห็นได้จากชุมชนโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี เช่นตลาดบ้านใหม่ และ ตลาดคลองสวนเป็นต้น</p>
<p>แม่น้ำบางปะกงจัดได้ว่าเป็นแม่น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติมากที่สุดสายหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดูได้จากป่าชายเลนสองฝั่งลำน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สังเกตุได้จากทั้งสัตว์บก และ สัตว์น้ำ ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายนี้ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ยังมีอยู่มากมาย หรือ แม้กระทั่งสัตว์ป่าสงวนอย่างค้างคาวแม่ไก่ ก็ยังเหลือให้ชมอีกมากมาย แถมในยามค่ำคืนก็จะมีหิ่งห้อยตัวน้อยส่งแสงระยิบระยับให้เราได้ชื่นชมกันอีกด้วย</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_2.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-58" title="วัดหลวงพ่อโสธร" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_2-300x225.jpg" alt="วัดหลวงพ่อโสธร" width="300" height="225" /></a>นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำแล้ว แม่น้ำบางปะกงยังจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมโบราณอีกมากมายสังเกตุได้จากวัดวาอารามที่มีอยู่เกือบจะตลอดสองฝากฝั่งของลำน้ำ ถ้าเราพูดถึงวัดริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงวัดแรกที่ทุกคนจะนึกถึงก็ คือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อโสธร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ในการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่ผู้คนจะเดินทางมาทางรถยนต์ หรือ รถไฟ แต่ในวันนี้เราจะนำทุก ๆ ท่านเดินทางมาที่วัดแห่งนี้โดยทางน้ำกันบ้าง เราเริ่มต้นการเดินทาง โดยเราเอาเรือมาลงกันที่ บ้านริมน้ำ  หรือ ที่คนในวงการเรือมักจะเรียกกันจนติดปากว่า บึงเจ็ทสกี เพราะบริเวณด้านหน้าทางเข้าเป็นบึงสำหรับให้คนมาเล่นเจ็ทสกีกัน การนำเรือมาลงที่นี่ถือว่าสะดวกสบายมากเพราะมีที่จอดรถ และ จอดเทรลเลอร์ (รถพ่วงสำหรับลากเรือ) กว้างขวาง และ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเวลาที่เราขับเรือไปเที่ยว ส่วนค่าบริการทางบ้านริมน้ำ เค้าคิดค่าเอาเรือขึ้นลงครั้งละ 300 บาท</p>
<p>หลังจากที่เราเอาเรือลงน้ำกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็วิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อจะมุ่งหน้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเราจะผ่านโรงไฟฟ้าบางปะกง ในช่วงหน้าโรงฟ้าฟ้าบางปะกงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือมากขึ้นกว่าปกตินิดหน่อย เพราะว่าทางโรงฟ้าฟ้าจะมีการปล่อยน้ำออกมาซึ่งทำให้บริเวณนี้มีคลื่นอยู่บ้าง แต่พอเราพ้นจากบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าบางปะกง เราก็จะเริ่มเห็นป่าชายเลนเขียวชอุ่มทั้งสองฝากฝั่งแม่น้ำ ยิ่งในช่วงนี้สีของน้ำในแม่น้ำบางปะกงจะเป็นสีเขียวอ่อนๆ เนื่องจากน้ำทะเลที่หนุนขึ้นสูงยิ่งทำให้แม่น้ำบางปะกงในวันนี้ดูสวยงามกว่าที่เราเคยเห็นในทุกๆวัน ตลอดการเดินทางเราจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมสองฝั่งน้ำ มีทั้งการทำประมงแบบพื้นบ้าน การเลี้ยงปลากระชัง และ ชุมชนริมน้ำซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ข้างวัดซึ่งมีวัดตั้งอยู่เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำมากมาย พอเราเข้าใกล้ตัวเมืองมากขึ้นเราก็จะเริ่มมองเห็นบ้านที่มีหน้าตาเปลี่ยนไปจากบ้านชาวบ้านเป็นบ้านหลังใหญ่ รวมถึง ร้านอาหาร และ โรงแรมรีสอร์ทที่เกิดขึ้นแล้ว และ รวมถึงที่กำลังก่อสร้างอีกจำนวนมาก พอเราลอดสะพานสุดท้ายเราก็จะมองเห็นวัดโสธรวรารามวรวิหารเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้า มุมมองของวัดหลวงโสธรวรารามวรวิหารจากทางน้ำนั้นดูงดงามมาก ๆ ไม่ว่าจะมองจากทิศทางใด และ เชื่อว่าจะเป็นภาพแห่งความประทับใจที่จะติดตรึงอยู่ในใจของผู้ที่ได้ชมไปอีกนานแสนนาน</p>
<p><a href="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_3.jpg" ><img class="alignleft size-medium wp-image-59" title="โลมาที่บางปะกง" src="http://thaiboatclub.com/wp-content/uploads/2011/09/bangpakong_3-300x192.jpg" alt="โลมาที่บางปะกง" width="300" height="192" /></a>ถ้าใครมีเวลาว่างในวันหยุดสัปดาห์แค่วันเดียว และ อยากจะหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ทางสายน้ำ เส้นทางนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยระยะทางไปกลับที่ 93.3 กิโลเมตร และ ใช้เวลาในการเดินทางไปกลับเพียง 2 ชั่วโมง 26 นาที  เราก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ที่งดงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำ รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล</p>
<div class="simple_likebuttons_container_small">
      <div class="simple_likebuttons_googleplus">
        <g:plusone size="medium" count="false" href="http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/"></g:plusone>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_twitter simple_likebuttons_twitter_s">
        <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://thaiboatclub.com/goto/https://twitter.com/share"  class="twitter-share-button" data-count="none" data-url="http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/" data-lang="en">Tweet</a>
      </div>
    
      <div class="simple_likebuttons_facebook">
        <div id="fb-root"></div>
        <script>(function(d, s, id) {
          var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
          if (d.getElementById(id)) {return;}
          js = d.createElement(s); js.id = id;
          js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1";
          fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
        }(document, "script", "facebook-jssdk"));</script>
        <div class="fb-like" data-href="http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/" data-send="false" data-layout="button_count" data-show-faces="false" data-width="90"></div>
      </div>
    </div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiboatclub.com/56/articles/bangpakong/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- This Quick Cache file was built for (  thaiboatclub.com/feed/ ) in 2.90926 seconds, on Feb 23rd, 2012 at 12:42 am UTC. -->
<!-- This Quick Cache file will automatically expire ( and be re-built automatically ) on Feb 23rd, 2012 at 1:42 am UTC -->
