History of Bassboat

หลายคนอาจจะรู้จักว่า Bassboat เป็นเรือที่ใช้สำหรับตกปลา และ ก็เป็นเรือที่มีสมรรถนะสูง หรือ High Performance Boat แต่จะมีสักกี่คนรู้ที่มาที่ไปของ Bassboat ว่าเป็นมาอย่างไร พัฒนาจนมาเป็น Bassboat ได้อย่างไร และ ทำไมถึงใช้คำว่า Bassboat

เรามาเริ่มกันด้วยชื่อของ Bassboat กันก่อนดีกว่าก่อนที่ล้วงลึกไปดูที่มาที่ไปของ Bassboat, Bass จริงๆแล้วเป็นชื่อของปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งซึ่งมีหลายสายพันธ์ แต่ที่เราได้ยินกันบ่อยๆอย่างเช่น Small Mouth Bass และ ก็ Large Mouth Bass แต่โดยรวมๆแล้วฝรั่งเค้าจัดให้ปลาสายพันธ์นี้เป็น Game Fish คือ ปลาที่ตกกันเป็นเกมส์กีฬา ปลา Bass เป็นปลาล่าเหยื่อที่ปราดเปรียว และ สู้อย่างไม่คิดชีวิต ถ้าเปรียบเทียบกับปลาในบ้านเราก็คงต้องเปรียบเทียบกับปลาชะโด ดังนั้น Bass Fishing ถึงเป็นกีฬาที่ฝรั่งเค้านิยมกันมากๆครับ

History of Bassboat | Thai Boat Club

เที่ยวนี้เรามาพูดกันถึงตำนานของ Bassboat กันบ้างดีกว่า Bassboat ลำแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี คศ 1948 ทางตะวันออกของมลรัฐ Texas สหรัฐอเมริกาโดย Mr. Holmes Thurmond, Holmes เป็นคนที่ชื่อชอบในกีฬาตกปลาเป็นอย่างมาก เค้าพยายามมองหาเรืออยู่หลายลำแต่ก็ไม่มีลำใหนถูกใจเค้าเลย เนื่องจากเรือที่ได้รับความนิยมมากๆในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรือท้องแบน เค้าเลยเริ่มมีความคิดที่จะสร้างเรือขึ้นมาเอง

จากคำบอกเล่าของหลานปู่ของ Mr. Holmes ได้เล่าให้เราฟังว่า ในวันที่ลมแรงมากๆวันนึงเค้าได้ออกไปตกปลากับปู่ของเค้าในเรือท้องแบนซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมี Trolling Motor เรือของเค้าได้ถูกลมพัดไปพัดมา ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ปู่ของเค้าได้เกิดความคิดถึงท้องเรือที่จะทำให้เรือของเค้าไม่ต้องถูกลมพัดไปพัดมาอย่างที่เคยเป็น คือ ขยาย ส่วนท้องเรือให้กว้างขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ และ ให้ส่วนด้านบนค่อยทำมุมหุบเข้าเล็กน้อย ผลปรากฎว่านอกจากเรือจะไม่ถูกลมพัดไปพัดมาแล้ว ยังทำให้เรือไม่โคลงอีกด้วย หลังจากนั้น Mr. Holmes ได้พัฒนารูปลักษณ์ของเรือไปเรื่อยๆ โดยการค่อยๆตัดส่วนหัวของเรือให้เพรียวขึ้น และ ทำให้กาบเรือเตี้ยลง จนเรือของเค้าได้ฉายาว่า Mosquito หรือ เจ้ายุงร้าย และ ต่อมาคนได้ตั้งชื่อเล่นให้กับเจ้า Mosquito เพื่อที่จะเรียกชื่อเรือลำนี้ให้สั้นลง และ ง่ายขึ้นว่า Skeeter และ นั่นถือเป็นว่าเป็นจุดกำเนิดของ Bassboat และ Bassboat ลำแรกของโลกก็คือ SKEETER BASSBOAT นั่นเองครับ

History of Bassboat | Thai Boat Club

หลังจากนั้นไม่นาน Kenzie Baird วิศวรกรการบินจาก California ซึ่งผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำ Fiberglass ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่มลรัฐ Arkansas ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของเรือ Bassboat เลยก็ว่าได้ เค้าได้เห็นเรือหลายๆลำจากที่นี่ ด้วยความที่เค้าเคยสร้างเรือจาก Fiberglass สมัยที่เค้าอยู่ที่ San Diego, California เค้าจึงมีความคิดที่จะสร้างเรือ Bassboat ด้วย Fiberglass และ นั่นก็ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นการสร้าง Bassboat ด้วย Fiberglass เป็นครั้งแรกในโลก

ในช่วงแรกของการทำเรือของ Kenzie Baird ด้วยความที่เค้ามาจาก California ซึ่งอยู่ติดกับทะเล เค้าเลยถนัดที่จะสร้างเรือสำหรับวิ่งในทะเล แต่ต่อมาเค้าได้พัฒนาท้องเรือจากที่เป็น Flat Bottom เป็น Round Bottom และ หลังจากนั้นเค้าได้เพิ่ม Spray Rail การเพิ่ม Spray Rail เข้าไปที่ท้องเรือทำให้ท้องเรือของเค้ากว้างขึ้นกว่าเดิม และ ด้วยผลของ Spray Rail ที่ทำให้เรือกว้างขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรือมีความเสถียรมากขึ้นกว่าเดิม และ แถมยังทำให้เรือขึ้นน้ำได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย Kenzie Baird ได้กล่าวไว้ว่า ในการทำเรือเราจะต้องยอมเสียสละอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ เช่น ถ้าคุณต้องการเรือที่สามารถสู้คลื่นได้ดี คุณก็ต้องยอมเสียสละความเร็ว ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณต้องการความเร็ว คุณก็ต้องยอมเสียสละสมรรถนะในการสู้คลื่น

จากเรือตกปลา สู่ Bassboat

ในช่วงแรกๆ เรือที่ใช้ในการตกปลาเค้าก็เรียกกันว่าเรือตกปลาเฉยๆ ไม่ได้มีคำเฉพาะใดๆ แต่ด้วยความที่นักตกปลาต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้เพิ่มขึ้นในเรือของเค้า ก็ได้มีการพัฒนากันขึ้นเรื่อยๆ จากเริ่มต้นที่เรือตกปลาเป็นเรือที่บังคับโดยการถือหางเหมือนเครื่องเล็กๆในสมัยนี้ ผู้ผลิตเครื่องยนต์เรือได้ผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแรงม้าสูงขึ้น ทำให้เริ่มมีการเพิ่ม Console เข้ามาในเรือเพื่อที่จะให้บังคับเรือได้ง่ายขึ้น และ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทำให้ เรือตกปลา กลายเป็น Bassboat ถึงในปัจจุบัน

History of Bassboat | Thai Boat Club

จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของ Bassboat ก็คือความเร็ว สำหรับเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับ Paul Allison และ Darris Allison ด้วยความที่เค้าเป็นคนชอบความเร็ว พอวันหยุดสองพ่อลูกชอบที่จะเอาเรือไปแข่งกับเพื่อนๆของเค้า ในช่วงต้นของยุค 1950 ซึ่งในขณะนั้น Darris เพิ่งจะมีอายุได้เพียง 8 ขวบ Paul ได้ไปพบเรือไม้ผุๆขนาด 13 ฟุตจอดอยู่ลำนึง ด้วยความที่มันเก่า และ ผุจนสามารถที่จะเห็นอีกข้างนึงได้เลย Paul ได้แยกชิ้นส่วนของเรือออกมาทั้งหมดแล้วเริ่มทำการปรับปรุงส่วนต่างๆของเรือ รวมถึงการออกแบบท้องเรือเพิ่มเติมเสร็จแล้วเค้าได้ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าไปใหม่ และ ได้ลองเอาเครื่อง Johnson 25 แรงม้ามาแขวนแล้ววิ่งทดสอบ ผลปรากฎว่าเจ้าเรือทำเล็กของเค้าทำความเร็วได้ถึง 43 MPH ซึ่งในสมัยนั้นยากที่จะหาเรือจากค่ายใหนมาแข่งกับเรือของตระกูล Allison ได้ ทางคณะกรรมการ การแข่งขันเลยออกกฎใหม่ว่า เรื่อที่จะสามารถนำมาแข่งได้ต้องเป็นเรือ Fiberglass เท่านั้น แต่ก่อนที่ Allison จะเลิกสร้างเรือไม้ เค้าได้สร้างประวัติศาตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเรือด้วยการเอาเครื่องยนต์ Mercury 80 แรงมามาแขวนกับเรือของเค้า และ สร้างประวัติศาตร์ของเรือท่องเที่ยวที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 60 MPH เป็นลำแรกของโลก

หลังจากที่เค้าโดนสั่งห้ามแข่งด้วยเรือ ด้วยเรือไม้ของเค้า Paul Allison เลยพัฒนาเรือของเค้าด้วย Fiberglass แต่ด้วยความที่เป็นคนที่รักความเร็ว เค้าก็อดไม่ได้ที่จะออกแบบเรือของเค้าให้ทำความเร็วได้สูง ในเวลานั้น Darris ลูกชายของ Paul ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบท้องเรือกับคุณพ่อของเค้าด้วย เค้าได้ทดลองเอาเรือท้องแบน มาใส่ขาสกีเพิ่มที่ท้องเรือ และ สร้างส่วนหัวให้เป็น V ตื้นๆ ประมาณ 15 องศา หลังจากเค้าได้สร้างเรือต้นแบบเสร็จเค้าได้เอาไปทดลองผลปรากฎว่า เรือของเค้าวิ่งได้ดีกว่าเรือที่มีท้องแบนทั่วๆไป และ แถมยังสามารถที่จะสู้กับคลื่นดีกว่าอีกด้วย และ ด้วยดีไซน์ใหม่ของ Allison ทำให้เรือของ Allison ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความเร็ว

ต่อมา Darris ลูกชายของ Paul Allison เค้ามีความคิดที่อยากจะสร้างเรือในทิศทางของเค้าเอง ด้วยวัยเพียง 14 ปี เค้าได้สร้างบริษัทของเค้าเอง และ หลังจากที่เค้าได้รับเงินคืนภาษี เค้าได้เริ่มธุรกิจเรือของเค้าอย่างเต็มตัวด้วยวัยเพียง 15 ปี เค้าเริ่มจากเอาเรือไม้ลำเก่าของพ่อเค้ามาต่อเติมส่วน Desk ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีเรือBassboat เท่าไหร่นัก แล้วเค้าก็เริ่มที่จะเอาโมลด์เรือของพ่อเค้ามาแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ และ ด้วยจากประสบการณ์ของพ่อเค้าที่เป็นนักแข่งเรือมาก่อน ทำให้ Darris ได้เรียนรู้ว่าการยกเครื่องขึ้นสูงจะทำให้เรือวิ่งได้เร็วขึ้น เค้าเลยสร้าง Jackplate ขึ้นมาติดที่ท้ายเรือของเค้าเพื่อที่จะยกท้ายเรือของเค้าให้สูงขึ้นทำให้เค้าสามารถที่จะแขวนเครื่องได้สูงขึ้น  และ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Jackplate และ ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ของวงการเรือ Bassboat  เลยก็ว่าได้

ในช่วงระหว่างปี 1960-1970 Darris ได้ทดลองปรับองศาท้ายเรือของเค้าอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะทำให้เรือของเค้าวิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิม เค้าลองผิดลองถูกอยู่นาน จนมาวันนึงเค้าได้สร้าง Bassboat ขนาด  17 ฟุต ขึ้นมาหนึ่งลำ เค้าแขวนเครื่อง Mercury 65 แรงม้า ในเวลานั้นเรือของเค้าสามารถวิ่งได้ที่ 50 MPH แต่เค้ายังไม่พอใจเค้าพยายามค้นหาสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทำให้เรือของเค้าวิ่งได้เร็วกว่านี้ และ เค้าก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเค้ายืดระยะของเครื่องออกไปด้านหลังมากขึ้นกว่าเดิมน้ำหนักของเครื่องก็จะไปถ่วงด้านหลังเหมือนถ้าเอาเด็กนั่งบนเลื่อยแบบ seesaw คือ ถ้าน้ำหนักไปถ่วงด้านหลังมากขึ้น ส่วนของหัวเรือก็จะเชิดสูงขึ้น เค้าเลยออกแบบ Offset jackplate หรือ Setback Jackplate ขึ้นมา โดยเริ่มต้นจากการสร้างด้วยเหล็ก เนื่องจากในขณะนั้นช่างเชื่อมที่เค้ามีอยู่ไม่สามารถที่จะเชื่อมอลูมิเนียมได้ ดังนั้น Offset Jackplate ตัวแรกของเค้าสร้างขึ้นมาจากเหล็กล้วน หลังจากที่เค้าเอาเจ้า Offset Jackplate ไปติดกับเรือของเค้า ผลปรากฎว่า เจ้าเรือ 17 ฟุต ของเค้าที่แขวนเครื่อง Mercury 65 แรงม้า ทำความเร็วได้ถึง 62 MPH หลังจากที่เค้าประสบความสำเร็จกับ Jackplate เข้าเค้า Darris ได้คิดต่อไปว่าแทนที่เค้าจะสร้าง Jackplate เค้าน่าจะลองยืดส่วนของท้ายเรือของเค้าออกไปทั้งหมด เพื่อให้ส่วนของท้ายเรือทำหน้าที่แทน Jackplate แต่ผลปรากฎว่า เรือของเค้าวิ่งช้าลงไป 3 MPH และ ควบคุมได้ไม่ดีเท่าตอนที่เค้าใส่ Jackplate หลังจากนั้นเค้าก็เลยคิดทำ Offset Transom ก็คือทำให้เฉพาะส่วนที่แขวนเครื่องยื่นออกไปข้างหลังเพียงอย่างเดียว แทนที่จะขยับส่วนท้ายเรือออกไปทั้งหมด และ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Setback Transom ของเรือ Bassboat มาถึงปัจจุบัน

มาถึงตรงนี้เราก็คงได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาโดยสังเขปของ Bassboat รวมถึง Jackplate และ Setback Transom อย่างที่เราเห็นกันใน Bassboat แล้วนะครับ ไว้เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะมาเขียนถึงเทคนิคการขับเรือ Bassboat ให้ทราบกันนะครับ

Comments

About the author:

Captain Hippo

. Follow him on Twitter / Facebook.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Current ye@r *