My Pichanee (Swiss Cat)

มีหลายๆคนถามผมว่าเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเรือคนอื่น เรือประเภทอื่นมาเยอะแล้วทำไมถึงไม่เอาเรื่องราวของเรือตัวเองมาลงบ้าง วันนี้เลยขออนุญาตเอาหนึ่งในเรือของผมมาลงให้ดูกันครับ

 

 

และด้วยความที่เป็นลูกผสมเลยทำให้ได้คุณสมบัติเด่นของ Catamaran มาด้วยคือ ไม่โคลง ไม่เอียง ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าเรือจะพลิกแม้คน 5 คนตัวใหญ่ๆอย่างผมจะนั่งอยู่ฝั่งเดียวกันทั้งลำ ได้ข้อดีของ Catamaran มาแล้ว เที่ยวนี้เรามาดูข้อดีที่ได้มาจาก Mono Hull กันบ้าง ปกติแล้วเรือที่เป็น Catamaran แท้ๆจะมีวงเลี้ยงที่กว้างมากๆ เลี้ยวได้ค่อนข้างยาก แต่ Swisscat ออกแบบให้ท้องเรือเป็นลูกครึ่งจึงทำให้เรือสามารถที่จะเลี้ยวได้ดีแม้ในที่แคบ พอเอาท้อง 2 แบบมารวมกัน เลยได้ออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวพอดี วิ่งได้นิ่มนวล ขึ้นน้ำง่าย แม้ใช้เครื่องขนาดเล็ก

พูดถึงข้อดีมาแล้วเดี๋ยวจะโดนข้อหาว่าลำเอียง ส่วนข้อด้อยของ Swisscat นั้น เท่าที่ผมได้พบมาด้วยตัวเองมีอยู่เพียงข้อเดียวก็คือ วิ่งตัดคลื่นสู้ท้องเรือ Mono ไม่ได้ แค่นั้นเองจริงๆครับ แต่ข้อนี้ก็ได้รับการชดเชยด้วยความเป็นกึ่ง Catamaran ทำให้สามารถที่จะวิ่งขวางคลื่นได้อย่างสบายๆ

IMG_0196

ก่อนที่ผมจะมาเล่นเรือ Swisscat มีคนเตือนผมมากมาย ว่าเรือท้องแบบนี้วิ่งแล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อย่าไปเล่นเลยไม่ดีหรอก แต่ด้วยความที่เรือ Swisscat เป็นหนึ่งในเรือในฝันของผมตั้งแต่เริ่มเล่นเรือ ผมจึงเดินหน้าสร้างฝันให้เป็นจริงโดยที่ไม่ฟังเสียงของคนอื่น และแล้วผมก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่ผมเลือก Swisscat มาถึงวันนี้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่านี่เป็นเรือที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยมีเรือมาทั้งหมด เป็นเรือ Unsinkable ที่ผ่านการทดสอบมาแล้วจริงๆ เค้าเริ่มการทดสอบโดยการสูบน้ำเข้าไปเต็มลำเรือและให้คนขึ้นไปอยู่บนเรืออีก 4 คน เรือก็ยังไม่จม หลังจากนั้นเค้าจับเอาเรือคว่ำแล้วให้คนตัวใหญ่ๆขึ้นไปนั่งบนท้องเรือ เรือก็ไม่จม  ในยุคแรกๆของการทำท้องเรือ Swisscat เค้าจะใช้ขวดปิดฝาวางไว้จนเต็มท้องเรือ แล้วเทโฟมเข้าไปรัดขวดอีกที ด้วยขวดจำนวนมากที่ปิดฝาจะทำหน้าที่เป็นทุ่นกันจมอย่างดี บวกกับโฟมที่รัดขวดอีกรอบทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุ่นใต้ท้องเรือก็จะยังคงอยู่ แต่ในปัจจุบันเค้าไม่ได้ใช้ขวดแบบสมัยก่อนแล้วแต่เปลี่ยนเป็นการฉีดโฟมความหนาแน่นสูงเข้าไปที่ท้องเรือด้วยระบบ direct injection  ยิ่งทำให้เรือนอกจากจะเป็นเรือ Unsinkable แล้ว ยังทำให้ท้องเรือแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมากและมีโอกาสที่จะแตกน้อยมาก หรือ จะเรียกว่าเป็น unbreakable ด้วยเลยก็ว่าได้

IMG_0233

 

ความประหยัดน้ำมัน ด้วยความที่เรือ Swisscat นั้นมีน้ำหนักเบา และ ท้องเรือที่เป็นลูกครึ่งจึงทำให้เรือ Swisscat นั้นสามารถที่จะขึ้นน้ำได้เร็วแม้จะใช้เครื่องเล็ก จากการทดสอบเค้าเอาเรือ 18 ฟุต แขวนด้วยเครื่อง 40 แรง นั่ง 5 คนวิ่งไปเที่ยวโบสถ์สแตนเลส เรือขึ้นน้ำได้ดี วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 30 กม ต่อชั่วโมงได้อย่างสบายๆ   นอกจากความที่เรือมีน้ำหนักเบาแล้วทำให้แขวนเครื่องเล็กทำให้ประหยัดน้ำมันได้แล้ว ถึงแม้แขวนเครื่องใหญ่ๆอย่างเรือผมก็ยังประหยัดน้ำมัน เพราะด้วยความที่เป็นท้องกึ่งๆ Catamaran ทำให้เวลาที่วิ่ง แทบจะไม่มีแรงต้านของน้ำเลย เพราะตัวเรือจะลอยอยู่บนผิวน้ำตลอดเวลา จึงทำให้ประหยัดน้ำมันได้เยอะมากๆ และ ยิ่งถ้าติด Hydraulic Jack Plate เข้าไปช่วยยกท้ายเรือเวลาที่วิ่งด้วยแล้ว แทบจะไม่มีส่วนใดติดน้ำเลย เลยยิ่งทำให้ประหยัดน้ำมันมากๆครับ

Picture 004

ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้เรือ Swisscat จึงเป็นเรือที่ผมเลือกที่จะให้เป็นเรือคู่กายของผม และ ลำนี้ก็เป็นลำสุดท้ายที่ต่อโดยทีมงานของ Swisscat แท้ๆ เพราะเมื่อทาง Lehman ปิดตัวไปเค้าได้ขายโมลด์ของเรือออกไป โมลด์ชุดหนึ่งไปอยู่ที่ปราณบุรี ส่วนอีกชุดยังอยู่กับทีมงานเดิม และ ลำของผมเป็นลำที่ทีมงานเดิมเป็นคนทำให้ โดยผมได้มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบภายในเรือ การเดินระบบไฟฟ้า การติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆบนเรือ รวมถึงควบคุมการต่อด้วยตัวเองทุกขั้นตอน

 

ส่วนเครื่องยนต์ที่ผมใช้เป็นเครื่อง Yamaha 115 HP 2 จังหวะ ที่ถอดมาจากเรือเก่าของพี่ชายที่ผมเคารพ แต่ผมเอาไป Overhaul เปลี่ยนเกียร์ เปลี่ยนแหวน เรียกได้ว่าเปลี่ยนใหม่ทุกชิ้น ยกเว้นภายนอก และ ก็เอาไปทำสีใหม่จนเครื่องกลายเป็นเครื่องใหม่เลย ส่วนอุปกรณ์เสริมบนเรือผมมีติด Hydraulic Jack Plate และ Stabilizer Plates ของ Bob’s Machine, ใบจักรสแตนเลสของ Apollo, High Performance Hydraulic Steering ของ Hydro Drive นำเข้ามาจาก  Italy, ห้องขังเหยื่อ กับ ปั๊มของ Rules, Sounder ของ Garmin หลังคาผ้าใบ ผ้าใบที่ใช้เป็นผ้าใบของ SunBrella ซึ่งกันความร้อนได้ดี, เกจ์วัดรอบ, เกจ์วัดความเร็ว, เกจ์วัดแรงดันน้ำ, เกจ์น้ำมัน รวมถึงเกจ์วัดแบตเตอรี่ ทุกตัวเป็นของฟาเรียหน้าขาวขอบเงินทั้งหมด, เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 กันน้ำ กับ ลำโพงกันน้ำของ Azimuth  เรียกได้ว่าอยากได้อะไรติดมันให้หมดจริงๆ

Picture 006

ส่วนเทรลเลอร์ของผมเป็น Trailer ของ Upbeat ซึ่งก็ถือว่าเป็น Trailer ที่มาตรฐานที่สุดของเมืองไทยแล้ว แต่แล้วด้วยความซนก็เลย Up Grade จาก Trailer ธรรมดา ให้เป็น Roller Trailer โดยคุณธำรงค์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Up Beat Trailer ได้มาช่วยออกแบบ และ สร้างให้ ตอนที่เราทำเสร็จในประเทศไทยยังไม่มีคนทำ Roller Trailer เลย เรียกได้ว่าเทรลเลอร์ของผมเป็น Roller Trailer คันแรกที่ผลิตในเมืองไทยก็ว่าได้ และด้วยความที่เป็น Roller Trailer จึงทำให้ผมสามารถที่จะเอาเรือขึ้นลงได้คนเดียวอย่างสบายๆ และ นอกจากนั้นยังเปลี่ยนระบบจากการมัดเชือกเป็นการใช้ สเกนสแตนเลสในการล๊อกเรือแทนการใช้เชือกทั้งหมดยิ่งทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเวลาที่จะเอาเรือขึ้น หรือ ลงจากน้ำ ทำห้สามารถที่จะลากเรือไปเล่นคนเดียวได้อย่างสบายๆ

 

ส่วนชื่อเรือของผม เดิมตั้งใจว่าจะตั้งชื่อว่า เสาวณีย์ ตามชื่อของคุณแม่ แต่พอนั่งคิดๆดูกลัวคุณพ่อจะน้อยใจ ผมเลยเอาชื่อของคุณพ่อ กับ คุณแม่มารวมกัน และตั้งเป็นชื่อของเรือลำนี้ว่า “ พิชณีย์ ” หลังจากมีชื่อเรือแล้ว ก็เลยตัดสินใจเอาเรือไปจดทะเบียน รวมถึงจดทะเบียนของเทรลเลอร์ด้วยเลย พอมีทะเบียนทั้งของเรือ กับ เทรลเลอร์แล้วทีนี้เวลาที่จะลากเรือไปเล่นที่ใหนก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะโดนจับอีกแล้ว

 

และนี่ละครับเรือในฝันของผม และ ในที่สุดฝันของผมได้กลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

Comments

About the author:

. Follow him on Twitter / Facebook.