4 ประเภทของเรือเก่าที่ควรหลีกเลี่ยง

ประเภทที่ 1 เรือที่ชั่วโมงน้อยมากๆ หลายคนอาจจะงงว่าผมสับสนอะไรรึเปล่า ชั่วโมงยิ่งน้อยยิ่งดีซิ ถ้าเป็นเรือใหม่ต้องตอบว่าใช่ครับ เรือยิ่งชั่วโมงน้อยยิ่งดี แต่นี่เรากำลังพูดถึงเรือเก่า เรือเก่าที่มีอายุมากๆ เช่นเกิน 10 ปี แต่ชั่วโมงการใช้งานอยู่แค่ 20 ชั่วโมง แบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว เพราะเรือที่ไม่ได้ใช้งานเลยมาหลายๆปี มันต้องมีเหตุผลทำไมถึงไม่ใช้ เรือมีปัญหาอะไรรึเปล่า และ เครื่องยนต์ที่ถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ ถ้าดูแลไม่ดีชิ้นส่วนด้านในอาจจะชำรุดเสียหายได้ หรือ สายไฟอาจจะโดนหนูแทะไปแล้ว ดังนั้นเรือเก่าที่เค้าบอกว่าชั่วโมงน้อยมากๆ เรือพวกนี้ถ้าเลี่ยงได้ควรจะเลี่ยงครับ ยกเว้นเรารู้ประวัติของเค้าจริงๆ

ประเภทที่ 2 เรือที่อาจจะเคยจมมาแล้ว เรือที่เคยจมมาแล้วหลายคนอาจจะบอกว่าเค้าซ่อมมาดีหมดแล้ว ตัวเรือยังสภาพสมบูรณ์ ไม่มีอะไรเสียหาย แต่จริงๆแล้วมันมีสิ่งที่มองไม่เห็นอีกหลายเรื่องเลยสำหรับเรือที่เคยจมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพของตัวเรือ ท้องเรือ ว่ามีแตกหัก ผุพัง หรือ ทะลุบ้างมั้ย เรืออาจจะเคยทะลุมาแล้วมาให้ช่างซ่อมให้ดูเหมือนใหม่ พวกนี้ความแข็งแรงยังไงก็ไม่เท่าของเดิม โฟมที่อยู่ด้านใน พอโดนแช่น้ำไปแล้วก็อาจจะมีการเสื่อม อุปกรณ์เรือต่างๆ ส่วนใหญ่โดนน้ำได้ หรือ แต่ก็มีบางส่วนที่โดนน้ำไม่ได้ แต่พอเราทิ้งไว้ให้มันแห้งมันก็สามารถที่จะกลับมาใช้ได้อีก แต่เราไม่รู้ว่าจะใช้ได้อีกนานสักเท่าไหร่ เพราะ ชิ้นส่วนด้านในอาจจะมีคราบขี้เกลือ หรือ ชำรุดเสียหายไปแล้ว ดังนั้นนี่เป็นเรืออีกประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง

ประเภทที่ 3 เรือที่โครงสร้างของเรือไม่เหมือนเดิม อย่างเช่นเป็นพื้นที่ยวบ หรือ ยุบ ดังนั้นเวลาที่เราขึ้นไปดูบนเรือตอนที่เราเดินดูเราควรที่จะกดน้ำหนักเท้าของเราไปให้ทั่วๆเพื่อดูว่าพื้นมียวบยาบบ้างมั้ย เพราะถ้ามีแม้แต่นิดเดียว นั่นอาจจะหมายถึงด้านล่างมีอาการผุ บางคนอาจจะบอกว่าแค่นิดเดียว จุดสองจุด ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่แท้จริงของเค้าก็คือ โครงสร้างด้านล่างอาจจะผุ จนเสียรูป เสียความแข็งแรงไปแล้ว ซึ่งอันตรายมากๆ หรือ ที่ Transom อันนี้ยิ่งน่ากลัว เรือที่ Transom ยวบ หรือ อ่อนตัวลง นั่นหมายถึงไม้ที่อยู่ด้านในผุไปแล้ว แล้วส่วนนี้เป็นส่วนที่รับน้ำหนักของเครื่องยนต์ ถึงแม้ว่าจะซ่อมให้กลับมาดูแข็งแรงแล้ว แต่ไม่ว่าจะซ่อมยังไงความแข็งแรงก็ไม่เท่ากับตอนที่หล่อออกจากโมลด์มาเป็นชิ้นเดียว ส่วนวิธีการเช็คนั้น ถ้าเป็นเครื่อง Outboard ให้เราลองกดหางเครื่องขึ้นลงหลายๆที ดูว่ามันมีอาการอ่อนหรือยวบบ้างรึเปล่า ส่วนถ้าเป็นเครื่อง Sterndrive ให้จับตรงหางเครื่องแล้วเขย่าดู ถ้ามันมียวบตามมือ เดินผ่านไปได้เลยครับ  อีกย่างที่ต้องดูคือ ให้ดูคราบน้ำ ถ้าเราเห็นมีคราบน้ำไหลออกมาจากตัวเรือ เรื่องนี้เราต้องดูให้ดีๆเลย เพราะเราไม่รู้ว่าด้านในที่มันชื้นจนมีคราบน้ำไหลออกมา น้ำมันมาจากไหน มีการรั่วซึมรึเปล่า ดังนั้นนี่เป็นอีกสิ่งที่ควรจะดู และถ้ามีเราควรหลีกเลี่ยง

ประเภทที่ 4 เครื่องยนต์ที่มีปัญหา หรือ หาอะไหล่ได้ยากมากๆแล้ว เช่น Jet Boat รุ่นเก่ามากๆ หลายลำภายนอกยังดูส่วยงาม แต่เครื่องหาอะไหล่ไม่ได้แล้ว แบบนี้เป็นอีกสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเราไม่รู้ว่าที่เค้าขายเพราะเค้าซ่อมไม่จบ หรือ หาอะไหล่ไม่ได้ หรือ เค้าต้องให้ช่างดัดแปลงเพื่อให้สตาร์ทให้ติด หรือ พอวิ่งได้ ถ้าเกิดมาพังที่เรา หาคนซ่อมเป็นจริงๆยากมากๆ และ อะหลั่ยก็หายากมากๆ ต้องดัดแปลงตัวนั้นตัวนี้มาใส่แทน ซึ่งถ้าเสียอีกในอนาคตก็จะยิ่งหาคนทำให้ได้ยากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็เรือที่แขวนเครื่องที่เลิกผลิตไปนานมากๆแล้ว เช่น เครื่อง Force, Mercury, Evinrude รุ่นเก่ามากๆ เครื่องพวกนี้หาอะหลั่ยยากมากๆ ทุกวันนี้อาจจะพอหาได้บ้างตามกลุ่มคนเล่นเครื่องเรือเก่าในเมืองนอก แต่ก็หาได้ค่อนข้างยาก และ ราคาค่อนข้างสูง

ดังนั้นเรือที่แขวนเครื่องโบราณมากๆ เป็นอีกประเภทที่ควรจะหลีกเลี่ยง

Comments

About the author:

Avatar photo

. Follow him on Twitter / Facebook.